เดินป่าเก็บลูกตาวกัน

            เอ่ยชื่อลูกตาว หลายคนอาจจะไม่คุ้นเคย แต่ถ้าบอกว่า ลูกชิด ทุกคนคงรู้จักกันดี ตาว ต๋าว หรือ ชิด เป็นพืชตระกูลปาลม์เช่นเดียวกับมะพร้าว ทางภาคเหนือจะเรียกลูกชิดว่า มะตาว หรือ มะต๋าว ต้นมะตาวมักพบในเขตป่าเขาดิบชื้น มีความสูงประมาณ 15-20 เมตร ต้นมะต๋าวออกผลเป็นทะลายคล้ายหมากแต่ขนาดผลเล็กกว่า และให้ผลในช่วงอายุ 15-20 ปี ส่วนใหญ่จะให้ผลเพียงครั้งเดียว และให้มากสุดไม่เกิน 4 ครั้ง หลังจากนั้นก็จะเจริญเติบโตต่อไปแต่ไม่ให้ผลแล้ว จนตายเมื่ออายุประมาณ 30 ปี ผลมะตาวใช้เวลาประมาณ 1 ปี ถึงจะแก่พอตัดได้ ช่วงนี้กำลังเป็นฤดูที่มะต๋าวแก่พอดี คือ ช่วงเดือน ต.ค.-ม.ค. ทุกวันนี้มะตาวลดจำนวนลงมาก ที่พบมักจะเป็นในเขตป่าดิบชื้นที่กาญจนบุรี ตาก อุตรดิตถ์ น่าน แพร่ พิษณุโลก

            ถึงฤดูเก็บตาว ชาวบ้านจะพากันเข้าป่า ผลตาวจะเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีม่วงเข้มเมื่อแก่จัด ผลตาวมีน้ำยาง ต้องระวังเป็นพิเศษ ถูกผิวหนังจะคันมาก ชาวบ้านจึงมักสวมเสื้อผ้ามิดชิด ใส่ถุงมือ บางรายใส่แว่นตาด้วยกันน้ำยางเข้าตา ก่อนผ่าผลตาว จึงต้องนำมาต้มให้น้ำยางจับตัวกันเสียก่อน ยังทำให้เปลือกนุ่มด้วย


            ต้มตาวแล้ว นำมาปาดส่วนหัวออก แลเห็นเม็ดตาว 3 เม็ดในผล มีเทคนิคการบีบมะตาว ด้วยการใช้ไม้หนีบ ทำจากไม้ 2 อันผูกติดกัน สอดลูกตาวไว้ตรงกลาง แล้วบีบเม็ดตาวข้างใน ผลหลุดออกมา ค่อยเอาไปล้างน้ำให้สะอาด หลังจากนั้นชาวบ้านก็จะเก็บไปขายพ่อค้า

            แต่ลูกชิดหรือลูกตาวที่เรากินกันเป็นลูกตาวเชื่อม รสชาติแท้ ๆ ของลูกตาวจะจืดชืด ถ้ายังไม่แก่จัดจะมีรสฝาด ถ้าอยากกินแบบแท้ ๆ ต้องลองไปแวะชิมในป่ากัน