|
ที่มาความอร่อยของสำรับกับข้าว มีเบื้องหลังมากมาย ทั้งฝีมือที่เป็นเสน่ห์ปลายจวักประจำตัวแม่ครัวทั้งหลาย
ที่ขาดไม่ได้เห็นจะเป็นเครื่องปรุงที่ครบเครื่อง ที่สำคัญต้องผ่านการคัดสรรมาอย่างดี
ครัวไทยโดยมากมีเครื่องปรุงรสประจำครัวเหมือนๆกัน เกลือ น้ำปลา น้ำตาล
พริก มะนาว สารพัด แต่ว่า
แต่ละครัวแต่ละถิ่นแต่ละที่ก็มีความพิเศษแตกต่างจากที่อื่นๆ
เป็นเคล็ดลับความอร่อยที่ซ่อนอยู่ อย่างเช่นปลาร้าแซ่บๆของคนอีสาน
ถั่วเน่าและน้ำปู๋ของทางเหนือนั่นไง
แต่เมื่อไรแวะไปตลาดทางปักษ์ใต้แล้วเห็นก้อนกลมๆสีหม่นมัวออกน้ำตาลๆเทาๆวางเคียงคู่กับกะปิกุ้งสีสวยหน้าตาคุ้นเคยแล้วล่ะก็
จงรู้ไว้
นั่นแหละกะปิปลา เคล็ดลับความอร่อยคู่ครัวใต้นั่นเอง
กะปิปลา หรือที่คนปักษ์ใต้เขาเรียกว่า เคยปลา นั้น ทำมาจากปลาน้ำจืดสารพัดชนิด
วิดเอาในหนองน้ำใกล้บ้าน ปลาตัวใหญ่ๆก็คัดเอาไปขายตลาด ส่วนพวกตัวเล็กๆก็แยกเอามาทำกะปิปลา
บางแห่ง
อย่างเช่นที่ทะเลน้อย จังหวัดพัทลุง พื้นที่ที่ทีมงานไปถ่ายทำกันเที่ยวนี้
เป็นปลาจากทะเลสาบ วิธีการคล้ายกันคือเลือกเอาปลาตัวใหญ่ไปขาย พวกตัวเล็กๆก็จัดการเอามาตัดหัวตัดหาง
ขอดเกล็ด หมักกับเกลือเม็ดไว้หนึ่งคืน เช้าขึ้นมาก็เอาปลาเล็กปลาน้อยเหล่านี้ออกตากแดด
แล้วนำมาตำพอหยาบๆ ตากแดดไว้อีกหนึ่งวัน จึงเอามาตำอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้ละเอียดกว่าครั้งแรก
แต่ชาวบ้านบอกว่าจะไม่ตำให้เนื้อปลาเนียนละเอียดมากจนไม่เห็นร่องรอยของก้างและเนื้อ
เพราะแบบนั้นน่ะไม่อร่อยค่ะ
พอเขาตำเสร็จก็จะเอามาปั้นเป็นก้อนกลมใหญ่ๆ แล้วเอาเจ้าก้อนกะปินี่ไปตากแดดสุดท้ายสักสามถึงสี่แดด
(ให้มันสุกแดดอย่างชาวบ้านว่า) หลังจากขั้นตอนนี้ก็เอาไปปรุงอาหารได้เลย
กะปิปลาก้อนใหญ่ๆที่เห็นนั้นใช้ได้นานเป็นเดือนๆเชียวนะคะ แต่ส่วนใหญ่แม่ครัวจะเอาไปแยกปั้นเป็นก้อนเล็กๆขนาดใกล้เคียงลูกมะนาว
หยิบใช้ได้สะดวกมือกว่าค่ะ
กะปิปลาเป็นส่วนประกอบของอาหารใต้หลายอย่าง อร่อยที่สุดคงไม่มีอะไรเกิน
แกงน้ำเคย หรือแกงไตปลา นั่นเองค่ะ อร่อยแค่ไหนประมาณไม่ได้ รู้แต่ว่าแกงน้ำเคยหม้อนั้นหมดไปต่อหน้าต่อตาในเวลาอันรวดเร็ว
เหนาะกับสะตอและลูกเนียง หรอยจังหู!!
|