ครกสีข้าว

 

            ครกสีข้าว เป็นเครื่องกลที่ทำขึ้นจากความคิดของชาวบ้านอย่างง่ายๆด้วยวัสดุที่หาได้ในท้องถิ่น ครกสีข้าวเคยเป็น เครื่องใช้ประจำบ้านคนไทยสมัยก่อน ก่อนที่โรงสีจะเข้ามาทำหน้าที่แทน แต่วันนี้ครกสีข้าวกำลังกลับมามีบทบาทสำคัญอีกครั้ง เมื่อกระแสการดูแลสุขภาพขยายตัวขึ้นอย่างกว้างขวาง

ครกสีข้าวในแต่ละภาคมีรูปทรงที่คล้ายคลึงกัน อาจมีขนาดและใช้วัสดุแตกต่างกันบ้าง แต่ส่วนใหญ่มักใช้ไม้ไผ่สานเป็นทรง กระบอก ประกอบด้วยฐานสี ตัวสี และคันโยก เป็นสามส่วนสำคัญของกลไกการสีข้าว ครกสีข้าวลูกหนึ่ง ประกอบขึ้นด้วยไม้ไผ่สาน ดินเหนียว ขี้วัว และไม้ ซึ่งเป็นสิ่งที่หาได้ไม่ยากในชุมชนชาวนา แต่ก็ต้องอาศัยฝีมือพอสมควร กว่าจะได้ครกสีที่ใช้งานได้ดี

เริ่มตั้งแต่การทำซี่ไม้ไผ่และสานบ่อครกสีขึ้นก่อน แล้วใช้เลื่อยตัดแบ่งครกสีเป็นตัวบนตัวล่าง ตามด้วยการอัดดินเหนียวให้แน่น ขั้นตอนสำคัญอยู่ที่การเรียงฟันและตอกฟันครกสี ที่ว่าสำคัญก็เพราะว่าเจ้าฟันของครกสีข้าวตัวนี้นี่เองที่เป็นตัวกระเทาะเปลือก เมล็ดข้าวออกมา จากนั้นก็จัดทำเครื่องประกอบต่างๆให้เป็นครกสีที่สมบูรณ์แบบ

 

ขั้นตอนที่มีการอัดดินเหนียวลงไปในไม้ไผ่สานรูปทรงกระบอกจะต้องรอให้ดินแห้งดีเสียก่อน จึงเริ่มทำขั้นตอนต่อไปได้ และดินเหนียว นั้นจำเป็นจะต้องเลือกเอาดินจอมปลวก เนื่องจากเป็นดินละเอียดสะอาด ไม่มีทรายหรือเศษไม้ปะปน ขุดดินขึ้นมาแล้วต้องนำมา ตำให้ละเอียดแล้วร่อนด้วยตะแกรงตาถี่อีกครั้ง เพื่อให้ได้เม็ดดินที่ละเอียดที่สุด เพิ่มความเหนียวโดยการผสมเกลือลงไปเล็กน้อย

พเมื่ออัดดิน ตอกฟันเสร็จแล้วก็ตกแต่งภายนอกโดยใช้ดินเหนียวผสมขี้วัวสดและเกลืออีกเล็กน้อยละเลงทั่วตัวครกสี เพื่อยารอยรั่ว ระหว่างซี่ไม้ไผ่ที่ขัดสานกันอย่างง่ายๆไม่ให้เมล็ดข้าวร่วงออกมาได้ แล้วทิ้งไว้จนแห้ง เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการ ได้ครกสีมาสีข้าว รับประทานแล้วค่ะ


รับประทานข้าวสีด้วยเครื่องมือพื้นบ้านแบบนี้ นอกมีผลดีต่อสุขภาพแล้วยังช่วยให้ครกสีกลับมามีบทบาทและความสำคัญในสังคม ยุคดิจิตอลได้อย่างน่าปลื้มใจ….