ข่าวดีสำหรับผู้กลัวทาก!!!

 

                      หลายครั้งของการเดินป่าดิบในหน้าฝนจะพบเจอกับแขกไม่ได้รับเชิญร่วมสัญจรไปบนตัวเรา ทาก สิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ คล้ายไส้เดือน เคลื่อนที่ด้วยการยืดและหดตัวเข้าหาตามแรงสั่นสะเทือนและความร้อน มักดักรอตามทางด่าน หรือทางที่สัตว์ชอบเดินผ่าน ดำรงอยู่ได้ด้วยการดูดเลือดสัตว์ หรือนักเดินทางเป็นอาหาร บางคนถึงกับหมดอารมณ์สุนทรีในการเดินเพราะคอยระแวงเจ้าตัวนี้
ทากสัตว์เล็กที่ดูเหมือนร้าย แต่ไม่อันตรายและป้องกันง่าย ๆ ได้หลายวิธี เริ่มด้วย ถุงกันทาก เลือกแบบที่เป็นผ้าฝ้ายดิบจะดีกว่า (ช่วยชะลอการกระดึ๊บของทากได้) ก่อนออกเดินป่าก็นำถุงกันทากไปแช่น้ำเกลือให้ชุ่ม แค่นี้ก็ไม่มีทากมาเยี่ยมเยือน หรือจะใช้น้ำจากยาเส้น น้ำตะไคร้หอมกันยุง
ในกรณีที่ทากสามารถฝ่ากำแพงเหล็กนี้ขึ้นมาได้ เราสามารถจัดการได้ด้วยสองมือนี้ที่แม่ให้มา ด้วยกันดีด ต้องดีดในจังหวะที่ทากเขยิบปลายเข้าหากันเป็นรูปตัวยู (ดีดก่อนที่ปลายอีกข้างจะออกแกว่งหาที่เกาะ) หรือถ้ากล้า ๆ หน่อย ก็หยิบออกแล้วคลึงให้เป็นก้อนกลม แล้วโยนทิ้งไป ก่อนโยนต้องเลือกทำเลหน่อยนะ เดี๋ยวโยนไปติดเพื่อนข้าง ๆ เอา
วิธีท้ายสุดในการกำจัดทากโดยไม่ต้องเปลืองแรง อาศัยแสงแดดจากธรรมชาติ ทากก็จะชักดิ้นชักงอ ขดตัว ตากไว้สักพักก็จะได้ทากแดดเดียว
ถ้าทากเกาะบริเวณส่วนนอกเหนือการป้องกัน เช่น แขน ขา ขอให้เตือนตัวเองไว้ อย่างเพิ่งตกใจ เพราะทากเกาะจะไม่ดูดเลือดทันทีแต่จะวนทางที่เหมาะ ๆ แล้วค่อยดูด และถ้ามารู้ตัวอีกทีทากดูดไปแล้วก็ควรปล่อยเลยตามเลย เพราะเมื่อทากอิ่มมันก็จะปล่อยตัวออกมาเอง แต่ถ้ายังไม่อยากบริจาคก็จัดการได้ด้วยสองมือ หรืออาจยืมมือจากน้ำตะไคร้หอมฉีดไล่ก็ใช้ได้ ในกรณีนี้เลือดจะยังไหลอยู่ ห้ามเลือดด้วยการคลึงบริเวณปากแผลแล้วเอากระดาษปิด หรือใช้ใบสาบเสือห้ามเลือด
การกำจัดทากสามารถทำได้ง่าย ๆ ไม่ต้องใช้เครื่องมือให้ยุ่งยาก เพราะทากเป็นสัตว์โลกที่ไม่มีอันตราย ไม่ให้โทษใคร ตรงกันข้ามการดูดเลือดของทากยังช่วยกำจัดแผลน้ำหนองและเลือดเสียในร่างกายได้อีกทางหนึ่ง อย่างไรก็ตามทากเป็นตัวชีวัดความอุดมสมบูรณ์ของป่า และปริมาณสัตว์ในป่านั้น เพราะปัจจัยการดำรงอยู่ของทาก คือ เลือดของสัตว์ และความชื้น ในวัฏจักรธรรมชาติ ทากยังเป็นอาหารของงูและลิงบางชนิดอีกด้วย
แถมท้ายโปรตีนในผลไทร เกิดจากตัวต่อไทร แมลงขนาดเล็กอาศัยอยู่ในผลไทรช่วยผสมเกสรให้กับดอกไทรที่ซ่อนอยู่ในผลไทร ต่อไทรตัวผู้มีชีวิตเพื่อผสมพันธุ์ให้กับต่อไทรตัวเมียแล้วตายไป ส่วนตัวเมียมีหน้าที่เสาะหาผลไทรอื่นเพื่อวางไข่ แล้วจึงตายตามตัวผู้ไป ยิ่งมีต่อไทรตายมากยิ่งเพิ่มโปรตีนให้กับผลไทรมากขึ้น