|

เก็บเรื่องราวของชาวมูเซอดำมาฝากค่ะ
มูเซอดำ เรียกตัวเองว่า เชเล เชเล หมายถึง พรานแห่งป่า คงเป็นเพราะวิถีชีวิตผูกพันอยู่กับป่า
ถ้าไม่มีป่า ชาวเชเลจะไม่ลงหลักปักฐานแน่ๆ พวกเขาใช้ชีวิตกันอย่างเรียบง่าย
ชีวิตประจำวันคือการทำงานในไร่และเข้าป่า หมุนเวียนเปลี่ยนไปตามฤดูกาล
เลี้ยงหมู ไก่ไว้ เพื่อใช้ในพิธีกรรมหรือขายเป็นรายได้บ้าง มีม้าไว้ต่างของ
หมู่บ้านมักตั้งอยู่บนที่สูง
บ้านของชาวเชเล ถ้าเป็นแบบดั้งเดิมแท้ๆ หลังคาทำด้วยหญ้าคา ฝาเรือนจะทำจากไม้ไผ่เดี๋ยวนี้ไม้ไผ่
หญ้าคาหายากขึ้น บางบ้านเลยเปลี่ยนมาใช้สังกะสี กระเบื้องแทนแล้วก็มี
บ้านส่วนใหญ่จะมีชานเรือนอยู่ตรงกลางเชื่อมระหว่างห้องครัวกับห้องนอน
ตรงกลางห้องครัวเป็นที่ก่อไฟทำอาหาร และต้มชารับแขก ส่วนที่เป็นตัวบ้านจะกั้นห้อง
เป็นห้องนอน กับ ห้องใหญ่ ภายในห้องนอนบางบ้านจะมีห้องผีอยู่ด้วย ห้องผีมีลักษณะเป็นห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ
ปิดประตูมิดชิด ด้านในจะมีเครื่องเซ่นอยู่ ห้องผีเปิดเฉพาะเวลามีพิธีกรรมเท่านั้นค่ะ
ชาวเชเลแต่เดิมมีแต่ชื่อ
ไม่มีแซ่ ผู้ชายมักมีชื่อขึ้นต้นว่า จะ อย่างจะหา จะเคาะ จะกา ผู้หญิงขึ้นต้นว่า
นะ เช่น นะนู นะเหมย แต่ยุคนี้ลูกหลานรุ่นใหม่บางคนมีชื่อ นามสกุลภาษาไทยเหมือนคนเมืองทั่วไป
เช่น สุจินดา เจริญ
ในแต่ละเดือนในรอบปี
วิถีชีวิต วัฒนธรรมของพวกเขา จะดำเนินไปตามฤดูกาลและสืบทอดตามความเชื่อของบรรพบุรุษ
ประเพณีที่สำคัญคือ ประเพณีกินข้าวใหม่และกินปีใหม่
ว่ากันถึงเรื่องอาหารของชาวเชเล
น้ำพริก คือสิ่งที่ขาดไม่ได้ เรียกว่าทุกมื้อต้องมีน้ำพริกเป็นอาหารยืนพื้นกินกับผักสดที่เก็บจากริมรั้วและในไร่
ปลอดภัยไร้สารพิษ กินได้อย่างสบายท้องสบายใจ รวมทั้ง ชา ซึ่งถือเป็นเครื่องดื่มหลักที่อยู่ในวิถีชีวิตและพิธีกรรมทุกอย่าง
ถ้าใครไปถึงบ้านเชเลแล้ว ต้องไม่พลาดการดื่มชา ชาปลูกเอง กลิ่นหอมกรุ่น
แก้หนาวดีแท้
เล่ามาอย่างนี้หลายคนอาจจะอยากเห็นภาพวิถีชีวิตของพวกเขา
ต้องรอกันหน่อยนะคะ เร็วๆนี้ได้ชมกันแน่ เราจะเยี่ยมเยือนบ้านเชเลกันแบบใกล้ชิด
บอกใบ้นิดๆ ว่าเป็นโฮมสเตย์สไตล์ ทุ่งแสงตะวันซะด้วย.
|