Thaitv3.com

เที่ยงวันทันเหตุการณ์

เปิดอ่านแล้ว 56 ครั้ง

สัมภาษณ์กรุณา(รวันดา–อาฟริกาใต้

ถาม 2 ประเทศที่ผ่านมาเป็นอย่างไรบ้าง
ตอบ ที่ไปมาแล้วคือราวันดากับแอฟริกาใต้ เหตุผลที่เราเลือกสองประเทศนี้ก็เพราะเคยมีความขัดแย้งระหว่างประชาชนค่อนข้างเยอะ จนที่สุดมันก็เกิดกระบวนการจริงๆมันคือความแตกแยก แล้วทั้งสองประเทศก็เลยพยายามทำให้เกิดกระบวนการปรองดอง แต่โชคร้ายนิดหนึ่งที่ราวันดามันเกิดการฆ่ากันเยอะก่อนที่จะมีการปรองดอง ที่แอฟริกาใต้มันจะแตกต่างกันเราก็เลยพยายามให้ดูตัวอย่างหลากหลายแอฟริกาใต้นี่จริงๆมันเกิดคนเสียชีวิตเยอะมากแต่มันจะเสียชีวิตมากกว่านี้เยอะมากถ้าไม่มีการปรองดองก่อนมันก็เลยเป็นตัวอย่างที่ให้เห็นการเปรียบเทียบกัน อีกสองประเทศที่จะไปคือติมอร์กับศรีลังกา ที่เลือกติมอร์เพราะมันใกล้บ้านเรามาก ไทยก็เคยมีส่วนไปช่วยเยียวยาช่วงที่มีความขัดแย้งกันก็น่าจะใกล้ตัวคนไทยมาก

ถาม แล้วอย่างศรีลังกาล่ะ
ตอบ ศรีลังกาก็เป็นประเทศที่อยู่ในเอเซียเหมือนกัน แล้วก็คนไทยก็รู้จักแล้วก็เป็นเมืองพุทธเหมือนกันด้วยเพราะฉะนั้นมันก็จะมีแง่มุมที่ไม่เหมือนกับรวันดา แอฟริกาหรือติมอร์

ถาม ไปมาแล้วเป็นอย่างไรเจอหลายรูปแบบ
ตอบ จริงๆแล้วประสบการณ์ได้ความรู้ใหม่ๆเช่นคำว่าปรองดอง สมานฉันท์ ให้อภัย แต่ก่อนยังไม่ได้ไปเห็นของจริงยังไม่ได้ไปพูดคุย เรายังนึกไม่ออกว่ามันคืออะไร แต่ว่าการจอคน การได้คุย ได้เห็นมีโอกาสได้สัมผัสจริงๆทำให้เข้าใจมากขึ้นคือคำว่าปรองดองมันเป็นอย่างไรรู้สึกว่ามันเป็นหน้าที่ของเราในฐานะผู้สื่อข่าว อาจจะต้องถ่ายทอดตรงนั้นออกมา อาจจะต้องกลับไปที่โครงการนิดนึงที่ทำเพื่ออะไรนาก็คุยกับคุณสำราญ บก.ข่าวว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในเมืองไทยมันไม่ได้เพิ่งเกิดหลายประเทศก็เคยเกิด ที่เคยเผชิญกับสถานการณ์อย่างเรา บางประเทศก็มีคนเสียชีวิตเยอะ ทำไมเราไม่ไปถึงเรียนรู้จากสิ่งที่คนอื่นเคยประสบมา เหตุผลที่มีวิชาประวัติศาสตร์ก็เพื่อให้ทุกคนได้เรียนรู้ จากสิ่งผิดพลาดที่มนุษย์ได้ทำขึ้น ความสำเร็จของการแก้ปัญหาที่เราได้ทำมาแล้วนาก็เริ่มอ่านหนังสือเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ก่อนที่จะไป ก่อนที่จะคุยกับพี่สำราญเรื่องโปรเจ็คนี้ รู้สึกว่ามันมีอะไรบางอย่างมันมีความเหมือน ความต่าง ความคล้าย แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันเลยก็คือ จริงๆแล้วนี่มนุษยืนี่ถ้ามีหลักการอะไรบางอย่างมันสามารถจะหลีกเลี่ยงความรุนแรงได้ก็เลยเป็นที่มาของโปรเจ็คนี้ เราใช้ชื่อว่า Lesson from the past บทเรียนจากอดีต อันนี้ก็คือไม่ได้มีเจตนาจะมาบอกว่าประเทศไทยจะต้องเป็นอย่างนั้นเพียงแต่ว่าอย่างที่นาอธิบายนะว่าตัวเองเป็นคนชอบอ่านประวัติศาสตร์มากและนาว่ามันสำคัญที่เราจะเรียนรู้ จากประวัติศาสตร์จากบทเรียนของคนอื่นในแง่หนึ่งก็คือเป็นการเปิดมุมมองใหม่ๆให้กับตัวเองให้เรารู้จักคนอื่นมากขึ้น เขาจะเหมือนหรือไม่เหมือนเรามันอีกเรื่องนึง ถ้าจะพุดถึงความแตกแยกความปรองดองความสมานฉันท์หลายประเทศมีส่วนคล้ายกันมากถึงแม้จะมีความต่างทางสถานการณ์ วัฒนธรรม โดยพื้นฐานหลักๆก็ยังมีอะไรร่วมกันอยู่

ถาม กลัวมั๊ยถ้าออกไออากาศไปแล้วจะมีคนเอาไปเปรียบเทียบ
ตอบ จริงๆก็กังวลนิดเหมือนกันเพราะเป็นเรื่องที่ค่นข้างจะอ่อนไหวอยู่ในเมืองไทย แต่เราดูที่เจตนาเราเรารู้สืกว่าเราก็เหมือนคนไทยทุกคนถ้าจำได้ภาพที่มันได้เกิดขึ้นในเมืองไทยมาก่อน วนนั้นทุกคนร้องไห้ แล้วเราก็รู้สึกทุกข์ใจมากเราไม่อยากให้เกินเลยไปมากว่านี้แน่นอนคนเราทุกคนมีความเห็นที่ต่างกันได้แต่ว่ามันมีวิธีการที่จะแก้ไขความขัดแย้งโดยที่ไม่ต้องเกิดภาพอย่างนั้นได้ ถ้าเราเอาเจตนาตรงนั้นตั้งเรารู้สึกว่าเจตนาเราดีแล้วการทำเราก็ใช้ความระมัดระวังสูงมาก นาอ่านหนังสือค่อนข้างเยอะก่อนไปพราว่าในที่สุดแล้วเรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่....มีเพิ่อนเยอะเพื่อนนักข่าวด้วยกันแต่เขาจะอยู่อาฟริกาบ้าง อยู่อินเดีย ศรีลังกา พอเราบอกเขาว่าเราจะทำอย่างนี้ทุกคนอยากช่วยเขาบอกว่าไม่อยากเห็นเมืองไทยเป็นแบบนั้น อย่างนาไปที่รวันดาและอาฟริกาใต้คนที่นาไปสัมภาษณ์และเขาก็เป็นคนดังที่คนไทยรู้จัก นารู้สึกว่าตื้นตันใจที่เขาเห็นเจตนาของเราคือเราไม่ได้ไปทำข่าวธรรมดา นาไปในสองฐานะคือ นักข่าว และ คนไทยที่รู้สึกห่วงใยประเทศ แล้วเราอยากจะทำอะไรบางอย่างเท่าที่จะทำได้ในฐานะนักข่าว นาก็อธิบายให้เขาฟังแล้วก็เซอร์ไพรส์ที่เขาอยยากช่วยเรามาก

ถาม แสดงว่ามีเพื่อนักข่าวหลายคนที่ช่วย
ตอบ ใช่

ถาม แบ็คแพ็คไปคนเดียว เตรียมตัวอย่างไร
ตอบ สำคัญที่สุดคือเรื่องเนื้อหา ไม่อยากไปแล้วรู้สึกว่าเราไม่เข้าใจสิ่งที่เราจะไปทำ เช่นไม่เข้าใจว่ารวันดาทำไมจึงเกิดแบบนี้ อาฟริกาเกิดแบบนั้น เราไปแล้วเราจะ lost ไม่รู้ว่าจะเริ่มตรงไหน คุยกับใคร แล้วมีเวลาจำกัด แต่ละประเทศที่นาไปเต็มที่คือ 1 อาทิตย์ ฉะนั้นต้องผลิต 6-7 ตอน ฉะนั้นต้องคุยกับคนเยอะมาก ต้องเจอคนเยอะมากทำอย่างไรให้เรามีความเข้าใจมากที่สุดเพื่อที่พอไปถึงแล้วเราทำงานได้เลย อันที่1ต้องรีเสิร์ท ต้องอ่านหนังสือ ต้องวางแผน ติดต่อประสานงานกับคนทีนั้นว่ายูช่วยเตรียมไรให้ได้บ้างมั๊ย เพราะฉะนืนไปถึงก็ทำเลยนอกนั้นก็ไม่มีอะไร อีกอย่างหนึ่งต้องเรียนรู้ ที่อาฟริกาใต้นาเหมือนกับคนจะรู้ว่าเป็นอย่างไร แต่รวันดานี่เหมือนเป็นเรื่องใหม่ คนไปที่นั้นไม่เยอะสิ่งที่คนได้ยินเรื่องรวันดาคือการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ คน 1 ล้าน คนตาย พอบอกไปรวันดาก็เฮ้ยนาก็พยายามอ่านเอกสารล่าสุด และก็คุยกับเพื่อนซึ่งเขาก็แนะนำว่าเขามีเพื่อนที่โน่นที่นี่ทำให้รู้สึกว่าเวลาเดินทางไปมันไม่รู้สึกว่ามีอะไรที่น่าเป็นกังวลมากอาจจะมีเรื่องที่น่ากังวลบ้าง แต่นาก็ไม่รู้สึกว่าเราไปในที่ที่หลุดโลกเพราะเรามีคนรู้จักอยู่ มีเพื่อนอยู่ โทรหาคนโน้นคนนี้ได้ ก็เหมือนการเดินทางทำข่าวปกติก็แน่นอนว่ามันมีความกดดันและตื่นเต้นบ้างเพราะมันเป็นโปรเจ็คที่เราทำคนเดียว การเตรียมตัวก็คือเราต้องถ่ายภาพเอง เรารู้จักกล้องแต่ไม่ใช้ช่างกล้องมืออาชีพก็จะเครียด ก่อนจะไปก็จะดูมันถ่ายได้หรือเปล่า ก็อากล้องไป 2 ตัวเผื่ไว้ ดูว่ามันเร็คคอร์ดยังไง แบตเอรี่เป็นยังไง มันดีตรงที่ว่าการทำงานคนเดียวมันเหนื่อยมากเพราะแต่ก่อนมีช่างภาพเราทำข่าวก็เหนื่อยแล้ว กลับโรงแรมก็นอนเลย แต่ว่าพอต้องไปคนเดียวกลับมาต้องมาเช็คภาพ เช็คแบตเตอรี่ เช็ตเทป คืเช็คทุกอย่างกว่าจะได้นอนนี่ ทำให้เราเข้าใจคนที่ทำงานร่วมอาชีพกับเรามากขึ้นโดยเฉพาะช่างภาพมันทำให้เราเป็นคนรอบคอบมากขึ้น ว่าเตรียมตัวมากขึ้นแต่แน่นอนมันเหนื่อยขึ้น เป็น 2 เท่า

ถาม ต้อวอยู่ที่วันเดียว เมืองเดียว หรือเปลี่ยนเมืองไปเรื่อยๆ
ตอบ ก็จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ก็แบ็คแพ็คไปแต่นาจะมี base ส่วนใหญ่จะ baseอยู่ในเมือง หลวง ถ้าจะต้องเดินทางแล้วไกลมากก็จะเอากระเป๋าใบเล็กๆไปค้างคืน มันต้องมีbase เพราะว่ามันมีอุปกรณ์

ถาม เริ่มการตัดต่อ
ตอบ กลับมาตัดที่เมืองไทย เรื่องแรก 7 ตอน จะเป็นเรื่องรวันดา จะอยู่ในเที่ยงวันทันเหตุการณ์ ประมาณวันละ 4 นาที ก็ยาวพอสมควรถ้าเป็นข่าว และถ้าเราเอามาต่อกันประเทศหนึ่งก็ประมาณครึ่งชั่วโมง

ถาม การถ่ายทำก็ต้องเป็นอาทิตย์
ตอบ ก็เป็นอาทิตย์ แต่ถ้าทำด็อกคิวเมนทารี่ดีๆ บางที่ใช้เวลาถึง 6 เดือนหรือเป็นปีเลย แต่ของเราเป็นเชิงข่าวก็จะไม่ซับซ้อนขนาดนั้น แต่ว่าเวลาทำงานก็จำกัดเหมือนกัน ก็เจอคนมองก็มีที่อาฟริกาใต้ซึ่งจริงๆเป็นประเทศที่สวยมากแต่ว่ามันมีแก๊ประหว่างคนรวยคนจนสูงมากเพราะว่าช่วงมีการแบ่งแยกสีผิว รัฐบาลผิวขาวไม่ให้โอกาสคนดำซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศได้มีการศึกษา เท่าไหร่ พอมีการปรองดองมีการจับมือกัน แล้วคนผิวดำได้ขึ้นเป็นรัฐบาลมันต้องใช้เวลาในการที่ทำให้คนมีสถานะเท่ากัน เพราะฉะนั้นมันยังไม่ถึงจุดนั้น อาฟริกาใต้เป็นประเทศหนึ่งที่มีอาชญากรรมสูงที่สุดในโลกโดยเฉพาะที่โจฮันเนสเบิร์ก มันก็เป็นส่วนหนึ่งของงเรื่องของนาด้วย ในอาฟริกาใต้แนวเรื่องของนาก็คือ การปรองดองไม่ได้สิ้นสุดที่ เนสสัน เมนเดอลา ได้เป็นประธานาธิบดี ถูกปล่อยจากคุก หรือว่า รักกัน แต่ว่าการทำให้คนมีโอกาสที่เท่ากันในด้สนเศรษฐกิจและปากท้อง เพราะฉะนั้นความสมานฉันท์จริงๆมันจะเกิดขึ้นมาไม่ได้ อาฟริกาใต้ก็ยังเป็นอย่างนั้นอยู่ จริงๆคนบอกว่ามันเป็นตัวอย่างของความสำเร็จแต่ว่าทางยังอีกยาวไกลมากแล้วก็อย่างที่บอก คนดำส่วนใหญ่ยังจนอยู่ ฉะนั้นอัตรการก่ออาชญากรรมมันสูงมาก เวลาเราเข้าไปโจฮันเนสเบิร์ก เราจะเห็นเลยว่า คนดำอยู่ที่หนึ่ง คนขาวอยู่อีกที่หนึ่ง เขาจะไม่มาเดินเขาจะอยู่ในที่ที่เขาอยู่ ในตึก ในบ้าน มีรั้วรอบขอบชิดมีสายไฟที่จะป้องกันไม่ให้คนเข้ามาในบ้าน วันนั้นที่ไปก็ไปที่ดาวน์ทาวน์ของโจฮันเนสเบิร์กซึ่งเป็นจุดที่แต่ก่อนนี้เป็นย่านธุรกิจของคนขาว พอเกิดการเปลี่ยนแปลงมีการเลือกตั้ง แล้วเนลสัน เมนเอลา ได้มาเป็นประธานาธิบดี จุดตรงนี้คนดำก็สามารถเข้ามาในพื้นที่เตรงนี้ได้ ก็มีการเข้ามาและมีอีกเหตุผลคือคนขาวเขารู้สึกว่าเขาไม่อยากอยู่ตรงนั้นแล้ว ก็ย้ายออกไปอยู่อีที่หนึ่ง ไอ้ดาวทาวน์ตรงนั้นที่เป็นย่านธุรกิจก็เลยเป็นที่อยู่ของคนดำ แล้วก็มีคนอื่น เช่น ซิมบักเว เข้ามาอยู่ ก็เลยเป็นแหล่งอันตรย อย่างขับรถไปนาเคยขับไปกับเพื่อนขนดอยู่ในรถยังถ่ายภาพไม่ได้เลย เพราะบางทีถูกทุบกระจกแล้วดึงกล้องไปเลย วันที่นาไปครั้งแรกเขาบอกให้วางกล้องลงกับพื้น เราก็อยากลองถ่ายดู ก็ให้ล่ามจอดรถแล้วลงไปถ่าย ก็โดนมองแต่เรารู้ว่าจะต้องรีบกลับไปที่รถแล้วมองผ่านเลนส์แล้วไปเจอผู้ชายผู้ชายกลุ่มหนึ่งยืนมองเราด้วยหน้าตาที่น่ากลัวมาก เราก็กลัวกลับมาที่รถเขาก็บอกเราว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้ตรงนี้คือคุณไม่ควรออกไป คนก็เตือนเยอะ นารู้สึกว่าที่รวันดามีความปลอดภัยมากกว่า

ถาม ได้ไปเจอบุคคลสำคัญมั๊ย
ตอบ ก็มี ที่ติมอร์นี่นาจะสัมภาษณ์ประธานาธิบดีที่เขาได้รับรางวัลโนเบล แต่ที่อาฟริกาช่วงที่ก่อนเมนเดอล่าจะเป็นประธานาธิบดี มีปรธานาธิบดีผิวขาวที่มีคนตายเยอะๆที่ฆ่าคนดำเยอะๆคนนี้ก็เป็นรัฐมนตรีที่คุมทหารกับตำรวจ เราอีเมลล์หาเขาแล้วเขาก็ตอบรับและก็ได้คุย แล้วพอได้คุยกับคนระดับนี้แล้วทำให้เราเห็นว่าในที่สุดแล้วถ้าถอดหมวกออกแล้ว มนุษย์มันคิดยังไงกับเรื่องสันติภาพ ทำไมคนถึงฆ่ากัน คนนี้ไฮล์โปรไฟล์มากนาไม่ได้คิดว่าจะได้เจอ เจอตั้งแต่ชาวบ้านธรรมดา มาถึงจริงๆแล้วไม่ได้อยากจะคุยกับคนที่ใหญ่ๆมากแต่บางที่ก็จำเป็นจะต้องไปรู้ว่าคนกลุ่มนี้คิดอย่างไร ที่จริงนาชอบอ่านหนังสือ แล้วก็เจอชื่อพวกนี้ ก็เออเราได้เจอตัวจริง มันก็น่าสนใจ
ที่รวันดา ได้เจอคนนี้ เขาเป็นนักข่าวอเมริกันที่เขีนเรื่องราวของรวันดาที่ดังมาก ที่ได้รับรางวัลเยอะมากแล้วนาก็เกิดแรงบันดาลใจอยากทำเพราะหนังสือเขาแล้วเราก็ไปเจอเขาที่นั่น พอนาอ่านหนังสือจบก็เขียนไปบอกเขาว่านาชอบหนังสือเขาจจบมันเป็นการเปิดโลกทัศน์ของเราเกี่ยวกับเรื่องของความขัดแย้ง เขาก็จะไปรวันดาพอดีก็ได้มาเจอกัน เขาก็น่ารักให้คำแนะนำ เราพยายามทำความเข้าใจมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ทั้งการอ่านการเขียนที่ควรจะเจอ

ถาม เนื้อหาที่นำเสนอ เรียกว่าเป็นอะไร
ตอบ     สิ่งที่เกิดขึ้นมันไม่ใช่เรื่องใหม่ หรือไม่เคยเกิดกับเรา บางประเทศบานปลายอย่างรวันดา บางประเทศหยุดได้อย่างอาฟริกาใต้ เหตุผลที่นาอยากไปทำคือทำไมบางประเทศจึงเลยเถิด บางประเทศจึงหยุดได้ เพราะปัญหาที่เราเจอไม่ใช่เรื่องใหญ่ ถ้าจะหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดความรุนแรงเราเรียนรู้จากคนอื่นได้

ถาม ส่วนภาพที่จะนำเสนอ ถ่ายเองมาตัดต่อเอง
ตอบ จริงๆก็ไม่ยากนะ มีน้องๆที่เป็นโปรดิวเซอร์คอยช่วย ที่มันยากคืเราไม่ใช่ช่างภาพ เวลาเราถ่ายมา เขาถามว่ามีภาพนี้มั๊ยเราก็แหมทำไมไม่มีภาพนี้นะ มันก็ยังขาดๆเกินๆอยู่เพราะมันเป็นงานแรกของเรา คือมันก็ไม่ได้เป็นงานที่สมบูรณ์แบบเพราะนาก็คิดว่ามันไม่ได้สมบูรณ์แบบ แต่เรารู้สึกว่ามันเป็นงานที่เราทำด้วยมือของเราเอง คนเดียวทั้งหมดจะขาดๆเกินๆก็โอเค ที่ทำก็ไม่ใช่เรื่องเงินหรืออะไร แต่เป็นเพราะเราอยากทำและมันมีความจำเป็น ในฐานะที่เราเป็นนักข่าวเป็นสื่อ มันเป็นเรื่องที่จจริงๆแล้วเราควรจะสื่อให้คนได้รับรู้ด้วย

ถาม ไปคนเดียวไม่มีใครถามเหรอว่าไม่เอาคนอื่นไปด้วยเหรอ ช่างภาพ
ตอบ เขาก็ถามนะ ตารู้สึกว่าซีรี่ส์นี้นาอยากให้มันเป็นความต่างๆจากการรายงานข่าวแบบอื่น แต่เป็นเรื่องของการที่นาเดินทางแล้วนาเห็นอะไรบ้าง บอกผ้านมุมมองของตัวเองแต่ไม่ใส่ความเห็นของตัวเองลงไป แต่ละเรื่องนาจะตั้งข้อสุงเกตทิ้งท้ายว่าเอ๊ะทำไมเป็นอย่างนี้ นาไม่ใช้วิธีการเปิดหน้าตัวเอง แต่จะใช้การเล่าเรื่อง แล้วก็มีตัวเองอยู่ในนั้นบ้างก็ให้ล่ามช่วยถ่ายภาพไป เริ่มออกอากาศจันทร์ที่ 4 ตุลาคม 53 ช่วงเที่ยงวันทันเหตุการณ์



 

รายการที่เกี่ยวข้อง : เที่ยงวันทันเหตุการณ์

รูปภาพประกอบข่าว

ไม่มีรูปภาพ

Our Networks

ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 33 HD
ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 28 SD
ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 13 Family

APPLICATIONS

  • 3 LIVE Application

    3 LIVE

    3 LIVE Application IOS 3 LIVE Application Android
  • KrobKruaKao Application

    KrobKruaKao

    KrobKruaKao Application IOS KrobKruaKao Application Android
  • ThaiTV3 Application

    ThaiTV3

    ThaiTV3 Application IOS ThaiTV3 Application Android