rin

สิรินยา วินศิริ
มิสไทยแลนด์เวิลด์
ปีที่ 11 วันที่ 21 กันยายน 2539

"ซินดี้เป็นคนไทยและใช้สัญชาติไทยมาตั้งแต่เด็กแล้ว
ถึงแม้ว่าคุณพ่อจะเป็นคนอเมริกันแต่คุณแม่เป็นลูกครึ่งไทย-อังกฤษ
เรา 3 คนอยู่เมืองไทยมานานแล้วตั้งแต่ซินดี้ยังไม่เกิดเลย เพราะความรักเมืองไทย คุณพ่อคุณแม่จึงปลูกฝังความเป็นไทยให้กับซินดี้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการพูดจาการเขียนภาษาไทย"
"ตอนเล็ก ๆ เวลาว่างหลังเลิกเรียนซินดี้จะแอบไปเล่นน้ำเป็นประจำ ชอบน้ำทะเลมาก เวลาคุณพ่อไปสอนดำน้ำก็ร้องจะตามไปด้วยเสมอ
เริ่มแรกคุณพ่อสอนให้ดำน้ำในสระว่ายน้ำก่อนแล้วค่อยลงทะเล ซินดี้ก็จะเกาะอยู่กับสายออกซิเจนของพ่อที่มีอยู่สองอันในชุดอุปกรณ์
พออายุได้ 7 ขวบคุณพ่อถึงทำชุดดำน้ำเล็ก ๆ สำหรับเด็กให้ซินดี้โดยเฉพาะ
โดยการนำถังออกซิเจนเล็ก ๆ ที่ใช้เวลาเกิดอุบัติเหตุหรือสถานการณ์ฉุกเฉินมาดัดแปลง
เป็นถังออกซิเจนดำน้ำให้ซินดี้ และทำตีนกบเล็ก ๆ หน้ากากเล็ก ๆ ให้ซินดี้ด้วย"

"เมื่อไม่นานมานี้เคยลงไปดำน้ำที่เกาะสิมิลัน โลกใต้น้ำเป็นโลกที่สวยมากไม่อยากให้ใครทำลาย ไม่ว่าจะเป็นปลาที่อยู่ใต้น้ำหรือปะการังเพราะมันเป็นสิ่งที่วิเศษจริง ๆ
ทุกครั้งที่เห็นธรรมชาติใต้ทะเลถูกทำลาย ซินดี้จะเศร้าใจจนน้ำตาร่วง โดยเฉพาะปะการังที่กว่าจะสร้างตัวได้เป็นกอใหญ่สวยงามต้องใช้เวลานับ 100 ปี แต่ต้องถูกทำลายด้วยระเบิดที่คนหวังจับปลาเพียงไม่กี่ร้อยตัว ตัวซินดี้เองก็ทำได้แค่นำถุงผ้าติดตัวลงไปเก็บขยะใต้ทะเลทุกครั้งที่ลงไปดำน้ำ"

"ถึงแม้ซินดี้จะมีหน้าตาไปทางฝรั่งอยู่สักหน่อย แต่ก็มีความเป็นไทยในตัวเยอะนะคะ ซินดี้เกิดที่นี่โตที่นี่และชอบเมืองไทยไม่คิดจะอพยพไปอยู่ที่อื่น
ซินดี้พูดไทยชัดนะและก็พูดภาษาอังกฤษและฝรั่งเศสได้ด้วย
ซินดี้เรียนที่พัทยาถึง ป.3 และก็ต่อที่โรงเรียนนานาชาติจนจบ ส่วนที่จะไปออสเตรเลียนี้ก็อีก 1 ปี ซึ่งต้องไปดูก่อนว่าจะเรียนสาขาอะไร"

"การประกวดมิสไทยแลนด์เวิลด์ครั้งนี้พี่แอ๊ะเป็นคนชวน แรก ๆ ซินดี้ก็คิดอยู่นานเหมือนกัน เพราะเรื่องของนางงามนั้นไม่เคยมีอยู่ในหัวเลย ซินดี้ชอบงานนางแบบมากกว่า
แล้วก็ทำอยู่แล้วด้วย พี่แอ๊ะก็บอกว่าอยากให้ลงไปลองดู
แล้วก็ให้เราคิดเสียว่านี่ก็คืองานงานหนึ่งเหมือนกัน ซินดี้ก็เลยลองไปปรึกษาคุณแม่ ซึ่งคุณแม่ก็สนับสนุนเลยมาลงสมัคร
ถ้าเปรียบเป็นงาน การประกวดนี้เป็นงานที่เหนื่อยมาก ๆ แต่เมื่อลงมาแล้วซินดี้ก็ต้องทำให้ดีที่สุด นั่นเป็นวิธีการใช้ชีวิตอย่างหนึ่งของซินดี้ด้วย"

"พอรู้ว่าตัวเองเข้ารอบ 10 คนตื่นเต้นมาก และที่ลุ้นที่สุดคือตอนตอบคำถาม จะตอบไม่ได้อยู่แล้ว แต่พอเราเข้าใจคำถามก็เลยตอบได้ พอเข้าหลังเวทีซินดี้ร้องไห้เลย
ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นอะไรแต่อยากจะร้องไห้ขึ้นมาเฉย ๆ"

"ซินดี้ไม่เคยคิดว่าจะได้รับการสวมมงกุฎให้เป็นมิสไทยแลนด์เวิลด์
เพราะความสามารถและความรู้ของลูกปลา (รองอันดับ 1) และจีน่า (รองอันดับ 2) ไม่ได้ด้อยไปกว่ากันเลยแต่กลับจะมากกว่าเสียอีก
จะมารู้สึกตัวว่าทำสำเร็จและยืนในตำแหน่งนี้ได้ก็เมื่อรู้สึกตัวว่าข้าง ๆ ตัวซินดี้ว่างเปล่าไปหมด แล้วหันไปเห็นพี่แอ๊ะกอดกับคุณแม่"

"ทุกวันนี้ซินดี้ยังเหมือนฝันอยู่เลย กลัวว่าเช้าตื่นขึ้นมามงกุฎกับคฑาจะหายไป"

"ซินดี้ อยากจะเชิญชวนให้เพื่อน ๆ และน้อง ๆ เข้ามาประกวดมิสไทยแลนด์เวิลด์ 1997 ที่นี่ให้ประสบการณ์ที่ดีแก่ทุกคนรวมทั้งซินดี้ด้วย และซินดี้คิดว่าเวทีนี้เป็นเวทีแห่งโอกาสอันดีงามของทุกคนในการก้าวไปสู่ชีวิตที่ดีงาม
เป็นจุดเริ่มต้นสู่อนาคตที่สดใส"

รองมิสไทยแลนด์เวิลด์ อันดับ 1 กุลสตรี โกญจนาวรรณ
รองมิสไทยแลนด์เวิลด์ อันดับ 2 จิราภรณ์ จิตต์อ่อน
รองมิสไทยแลนด์เวิลด์ อันดับ 3 จุไรรัตน์ โพธิ์หอม
รองมิสไทยแลนด์เวิลด์ อันดับ 4 ยลรดี เพ็งพูลโภค

กุลสตรี โกญจนาวรรณ
รองมิสไทยแลนด์เวิลด์ อันดับ 1
รองมิสไชนีส อินเตอร์เนชั่นแนล อันดับ 2 ประจำปี1997

"ปลาได้รับประสบการณ์ที่ดีหลังจากที่ได้ตำแหน่งรองมิสไทยแลนด์เวิลด์อันดับ1 ทำให้ปลามีโอกาสได้เดินทางไปประกวดมิสไชนีส อินเตอร์เนชั่นแนล
ตอนนั้นปลามั่นใจมากแต่ที่จะขาดอีกนิดหน่อยก็เป็นเรื่องของภาษาจีนกลาง จึงอยากจะฝากไว้ว่าถึงแม้จะพูดภาษาไม่ได้อย่าท้อพยายามฝึกพูดซื้อหนังสือ
ซื้อเทปมาฟัง ฝึกฝนตัวเองให้มากเพื่อให้เกิดความคุ้นเคย แต่ที่แน่ ๆ ขอให้มีความมั่นใจในตัวเองไว้ก่อนและทำหน้าที่ของตัวเองในการประกวดบนเวที
อย่างดีที่สุดก็พอแล้ว"