การปล่อยปลา
โดยการไปจับเอาปลามาทำเป็นธุรกิจพุทธพาณิชย์อย่างนั้น
มองอย่างไรก็ได้บุญน้อยเหลือเกิน เพราะผู้ประกอบการ
ไม่ได้ทำการนี้ด้วยจิตกุศล แต่ทำเพราะคิดเป็นการพาณิชย์
(=โลภ) เมื่อจิตไม่เป็นกุศลเสียแล้ว บุญจะเกิดได้อย่างไร
ถ้าอยากได้บุญวิธี
ที่ดีที่สุดก็คือ ปล่อยให้ปลาอยู่ของมันตามธรรมชาติในแม่น้ำลำคลองนั่นแหละดีที่สุดแล้ว
อนึ่ง การปล่อยสัตว์ถ้าจะให้ได้บุญจริงๆ ก็ควรให้
เป็นไปตามกลไกธรรมชาติ คือ เกิดจากการที่เรามีจิตเป็นกุศลจริงๆ
อยากช่วยเหลือปลาหรือสัตว์ที่ตกอยู่ในห้วงทุกข์จริงๆ
เช่น ไปเจอ
ปลาหรือสัตว์น้ำ กำลังจะตายอยู่ในหนองน้ำแห้ง หรือในที่คับขันขาดน้ำตรงไหนก็แล้วแต่
(และปลานั้นต้องไม่มีเจ้าของ) จากนั้นจึงนำปลา
หรือสัตว์น้ำนั้นๆ ไปปล่อยในที่ๆ มีน้ำด้วยจิตสงสารหวังจะให้ปลาหรือสัตว์นั้นมีชีวิตรอด
ทำอย่างนี้จึงเป็นกุศล และได้บุญมากไม่ใช่ปล่อย
ปลา เพื่อให้ตัวเองพ้นเคราะห์ แต่กลับทำให้ปลาอีกจำนวนมากมีเคราะห์แทนตัวเอง
อย่างนี้เป็นการปล่อยโดยคำนึงถึงตัวเองเป็นหลัก
เอาปลามาเป็นเงื่อนไขให้ตัวเองรอด แต่กลายเป็นว่า
ไปช่วยให้ธุรกิจจับปลามาปล่อยรุ่งเรืองมากขึ้น และคนเหล่านั้น
ที่มองเห็นทาง
รุ่งเรือง ของธุรกิจด้านนี้ก็จะพากันไปจับปลามาสืบต่อธุรกิจของตนออกไปอีกเรื่อยๆ
ซึ่งก็เท่ากับว่า เราไปสนับสนุนธุรกิจการ เบียดเบียน
สัตว์เท่านั้นเอง ทีนี้ถ้าตอบตามหลักการของพระพุทธศาสนา
การเลี้ยงสัตว์ไว้ปล่อยอย่างนั้น ก็ไม่เหมาะสมเพราะมีพุทธพจน์ตรัสว่า
การ
ค้าขาย ๕ อย่างที่ไม่ควรทำ คือ ๑.
ค้าขายอาวุธ (เครื่องมือประทุษร้ายคน/สัตว์ทุกชนิด)
๒. ค้าขายมนุษย์ (โดยเฉพาะค้าขายมนุษย์เป็นทาส/เป็นโสเภณี)
๓. ค้าขายเนื้อสัตว์ (=เลี้ยงสัตว์ไว้ขาย)
๔. ค้าขายของมึนเมา (=สุราและเครื่องดื่มประเภทเดียวกันทั้งหมด)
๕. ค้าขายยาพิษ (คนกินก็ตาย สัตว์กินก็ม้วย)
เมื่อปลายปี
๒๕๔๕ ู้เขียนเคยพานักศึกษาชาวต่างชาต ิและนักศึกษาไทยกลุ่มหนึ่งที่สนใจเรื่องราวเกี่ยวกับไทยคดีศึกษาไป
ตาม
รอยสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) วัดระฆังโฆษิตาราม
ฝั่งธนบุรี ขากลับออกมามีนักศึกษาสามสี่คนซื้อปลาไหล
ปลาดุก หอยขม
หอยโข่ง มาปล่อยที่ท่าน้ำด้วย เมื่อปล่อยเสร็จแล้วก็พาเดินมาขึ้นเรือที่ท่าน้ำ
เดินมาได้หน่อยหนึ่งยังไม่ทันถึงท่าเรือก็มีบางคนในกลุ่ม
เรียกให้ดูเด็กๆ ที่เล่นน้ำอยู่ตรงท่าบริเวณที่ปล่อยปลาลงไปก่อนหน้านี้
ภาพที่เห็นก็ คือ เด็กห้าหกคนที่ทำท่วงทีเป็น ว่าเล่นน้ำอย่างสนุก
สนานเหล่านั้น ต่างพากันดำผุดดำว่าย จับปลาไหลบ้าง
(ปลาไหลคงจะล้าเต็มที เพราะถูกมือคนจับวันละไม่รู้กี่ครั้ง
ขนาดลงน้ำแล้วยังไหล
หนีไม่เป็นเลย) หอยบ้าง ที่กลุ่มนักศึกษาปล่อยไปก่อนหน้านั้นขึ้นมาใส่ถังเหลืองๆ
ได้หลายตัว ส่วนหอยนั้นคงเก็บมาได้เกือบทั้งหมด
เจ้าภาพที่ซื้อสัตว์น้ำเหล่านั้นปล่อยเห็นแล้วทำหน้าพะอืดพะอม
ไม่มั่นใจว่าตัวเองได้บุญหรือได้บาป บางคนที่ทน
ไม่ได้ก็ถึงกับสบถออก
มาแรง ๆ ต่อหน้าเพื่อนๆ มันแหกตากันนี่หว่า
การจับสัตว์น้ำมาปล่อยด้วยเจตนาอันไม่เป็นกุศลเช่นที่กล่าวมานี้
ไม่ใช่วิธีที่จะทำให้เกิดบุญเกิดกุศลอะไรเลย เลิกได้ก็เลิกเสียเถิดมีวิธี
ทำบุญอีกมากมายให้เลือกทำ ทำบุญบูชาบาปอย่างนี้ขอเสียทีได้ไหม
สงสารสัตว์น้ำตาดำๆ กันบ้างเถิด พ่อค้าแม่ขายทั้งหลายเอ๋ย
|