เรื่องย่อประจำสัปดาห์

  บทประพันธ์ .................ฉะ
  บทโทรทัศน์..................ฉะ


กำกับละคร.......ศรัทธา ศรัทธาทิพย์
ดำเนินการผลิต ... บริษัท ทีวีธันเดอร์ จำกัด
  

   


ตอนที่ 9 ออกอากาศวันเสาร์ที่ 19 เมษายน 2551

        แก๊งค์เด็กซน ก๊อด (ฟรุ๊ต - รจนกร อยู่หน้า), โจ๊ค (พี ม๊กจ๊ก), แมน (เป๊ปซี่ - นัฏฐพล โพติยะ) และต๊อก (เซฟ - ปดลเดช กมลาศัยกุล) สร้างความปั่นป่วนวุ่นวายให้บรรดาผู้ใหญ่ต้องปวดหัวอีกแล้ว ต้นเหตุมาจากกระเป๋าแค่ใบเดียวเท่านั้น เพราะในขณะที่เด็กๆกำลังเล่นกันอย่างสนุกสนานเพลิดเพลิน บังเอิญเหลือบไปเห็นกระเป๋าใบหนึ่งวางอยู่ไม่มีเจ้าของ ด้วยความอยากรู้อยากเห็นตามภาษาเด็ก จึงได้ไปหยิบดู เปิดออกมาพบเงินอยู่ในกระเป๋าจำนวนมาก ก๊อดได้แนะนำว่าควรจะเอาเรื่องนี้ไปบอกให้ผู้ใหญ่รับทราบ แต่โจ๊คได้สั่งห้ามและให้ทุกคนสาบานว่าห้ามเอาเรื่องนี้ไปบอกใครเด็ดขาด เพราะถ้าหากใครผิดคำสาบานก็จะสอบตก ด้วยความกลัวสอบตกของเด็กๆ ทำให้ต่างเออออสาบานตามๆกัน แล้วคิดหาแผนการในการซ่อนกระเป๋าใบนี้ และในขณะที่เด็กๆกำลังวางแผนอยู่นั้น มีชายแปลกหน้าสองคนเข้ามาถามหากระเป๋า แต่เด็กทุกคนก็ปฏิเสธว่าไม่มีใครเห็น โดยให้ก๊อดเป็นตัวแทนเอากระเป๋าใบนั้นไปฝากไว้ที่บ้านของเดียร์ จึงเป็นเหตุให้เกิดเรื่องขึ้นจนได้ เมื่อชายแปลกหน้าคนเดิมสะกดรอยตามมาที่บ้านของเดียร์ บุกเข้าจับทุกคนมัดเอาไว้ แต่โชคยังดีที่มีมหาเฟี้ยม (ค่อม ชวนชื่น) กับเจ้าจุก (เดล ม๊กจ๊ก) คอยช่วยเหลือ ทำให้โจรทั้งสองคนถูกตำรวจจับกุมไปได้ การถ่ายทำในวันนี้นอกจากจะเป็นฉากที่ต้องใช้เวลาถ่ายตั้งแต่เช้าจรดเย็น และยังเป็นฉากรวมมิตรเด็กซนอย่างนี้ ก็ทำเอากองถ่ายป่วนกับการต้องจับปูใส่กระด้ง พอตกเย็น เด็กก็เริ่มออกอาการเหนื่อยล้า สมาธิหลุด เพราะไหนจะต้องเข้าฉากถ่ายทำกันทั้งวัน แถมเวลาพักยังพากันเล่นซนอีก ครูรักษ์ผู้กำกับฯเลยต้องงัดไม้เด็ดเพื่อให้เด็กกลับมามีสมาธิถ่ายทำกันจนเสร็จ ด้วยการบอกว่าถ้าตั้งใจถ่ายแบบเทคเดียวผ่าน จะเลี้ยงไอศกรีมวอลล์ และวิธีนี้ของครูรักษ์ก็ได้ผลจริงๆ เพราะเด็กตั้งใจทำงาน จนได้ถ่ายทำเสร็จอย่างราบรื่น


ตอนที่ 8 ออกอากาศวันเสาร์ที่ 1 มีนาคม 2551

        มณี (ปุ้ย - พิมลวรรณ หุ่นทองคำ) กับ ชาญชัย (กมล ศิริธรานนท์) ทะเลาะกันเรื่องสอนการบ้านให้ก๊อด (ฟรุ๊ต - รจนกร อยู่หน้า) ลูกชายคนเล็ก ทำให้พาลโกรธกันในเรื่องอื่นๆด้วย จากอาหารที่มณีเคยทำให้ชาญชัยรับประทานอย่างเอร็ดอร่อย แต่พอทะเลาะกัน ทำให้ชาญชัยพาลหาเรื่องว่าอาหารที่มณีทำไม่อร่อย ก็ยิ่งทำให้มณีโกรธ และทั้งสองคนก็ยิ่งทะเลาะกันหนักขึ้น ขุดเรื่องเก่าๆในอดีตมาทะเลาะกันอีก ก๊อดถึงกับกุมขมับที่เห็นพ่อกับแม่ทะเลาะกัน พยายามที่จะหาวิธีทำให้พ่อกับแม่ดีกัน ทางด้าน โจ๊ก (พี ม๊กจ๊ก) กับแมน (นัฏฐพล โพติยะ) ก็ทะเลาะกันอยู่ เพราะแมนโกรธที่โจ๊คทำของเล่นที่แมนซื้อมาใหม่พัง ถึงขั้นจะลงไม้ลงมือกัน ก้อง (ต๊ะ -วริษฐ์ ทิพโกมุท) กับดรีม (โบว์ - แวววรีย์ วงษ์ครุธ) พยายามห้ามไม่ให้เด็กสองคนทะเลาะกัน แต่ห้ามไปห้ามมาก้องกับดรีมกลายเป็นทะเลาะกันซะเอง ทำให้ตอนนี้มีคู่กัดกันถึงสามคู่ ท่านมหาเฟี้ยม (ค่อม ชวนชื่น)กับเจ้าจุก (เดล ม๊กจ๊ก) เห็นท่าไม่ดีจึงคิดหาทางช่วยเหลือคู่ของมณีกับชาญชัย ในขณะที่มณีกำลังทำความสะอาดบ้าน ชาญชัยก็นั่งอ่านหนังสือพิมพ์และดื่มกาแฟอยู่ ท่านมหาเฟี้ยมจึงได้ปิ๊งไอเดียในการทำให้มณีกับชาญชัยหายโกรธกัน จึงจัดการผลักมณีให้ล้มลงไปในอ้อมกอดของชาญชัย ทั้งสองคนสบตากันอย่างสวีทหวาน ลืมไปเลยว่าโกรธกันอยู่


ตอนที่ 7 ออกอากาศวันเสาร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2551

        เรื่องราวความสนุกสนานของละคร “เพื่อนซี้ล่องหน” ในวันนี้ เกิดขึ้นจากการที่โจ๊ค (พี ม๊กจ๊ก) มาเล่าให้ก๊อด (ฟรุ๊ต - รจนกร อยู่หน้า) กับเดียร์ (แพร - สุพิชชา มงคงจิตตานนท์) ฟังว่าที่โกดังร้างแห่งหนึ่งมีปีศาจอาศัยอยู่ และเมื่อก๊อดได้ฟังที่โจ๊คเล่า จึงตัดสินใจไปพิสูจน์ และก็ทำให้ก๊อดได้พบกับยักษ์ รับบทโดย “โยกเยก เชิญยิ้ม” จึงทำให้ก๊อดเข้าใจว่าปีศาจที่โจ๊คหมายถึงนั้นก็คือยักษ์นั่นเอง ยักษ์ได้เล่าให้ก๊อดฟังถึงเหตุผลที่มาอาศัยอยู่ที่โกดังร้างแห่งนี้ เป็นเพราะว่ายักษ์เพิ่งจะย้ายมาจากต่างจังหวัด เพื่อเข้ามาหางานทำที่กรุงเทพฯ แต่เมื่อยักษ์ลองไปสมัครงานที่ไหนก็ไม่มีใครรับเลย และเวลาที่เดินไปไหนมาไหนก็มีแต่เด็กกลัวและร้องไห้ ทำให้ยักษ์หมดหนทางที่จะหางานทำ และไม่อยากที่จะออกไปไหนมาไหน อีกทั้งเงินก็ไม่มี จึงได้เลือกมาเก็บตัวอยู่ที่โกดังร้างแห่งนี้ เมื่อก๊อดได้ฟังที่ยักษ์เล่าก็เห็นใจเพราะเห็นว่ายักษ์เป็นคนดี จึงตัดสินใจช่วยยักษ์ ด้วยการให้ยักษ์ไปทำความดีด้วยการช่วยเหลือคนอื่นด้วยวิธีการต่างๆ โดยเริ่มจากการที่ช่วยเหลือกลุ่มของโจ๊คเก็บบอลที่ติดอยู่บนกิ่งไม้สูง ช่วยมณี (ปุ้ย - พิมลวรรณ หุ่นทองคำ) กับชาญชัย (กมล ศิริธรานนท์) กวาดยากไย่บนเพดานสูง และการช่วยก้อง (ต๊ะ -วริษฐ์ ทิพโกมุท) กับดรีม (โบว์ - แวววรีย์ วงษ์ครุธ) ปูพื้นทางเดินร้าน และเมื่อทุกคนเห็นว่ายักษ์เป็นคนดี มีน้ำใจ จึงยอมเป็นเพื่อนกับยักษ์ เด็กๆก็ยอมเล่นด้วยหลังจากที่เมื่อก่อนเคยหวาดกลัว ซื้อขนมติดไม้ติดมือมาให้ยักษ์ ทางด้านมณีก็มีข่าวดีมาบอกยักษ์ว่าโรงเรียนที่มณีสอนอยู่กำลังเปิดรับสมัครคนทำความสะอาด มณีเลยจะฝากงานนี้ให้กับยักษ์ ทำให้ยักษ์มีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง มีเพื่อนฝูงและมีงานทำ ไม่รู้สึกโดดเดี่ยวอีกต่อไป


ตอนที่ 6 ออกอากาศวันเสาร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2551

        ในขณะที่ก๊อด (ฟรุ๊ต - รจนกร อยู่หน้า) กำลังเล่นแบดมินตันอยู่กับเดียร์ (แพร - สุพิชชา มงคงจิตตานนท์) จู่ๆก็มีลูกบอลปริศนาลอยมาชนกับลูกขนไก่ของทั้งสองคน ซึ่งบอลลูกนั้นก็ไม่ใช่ของใครที่ไหน เป็นของกลุ่มโจ๊ค (พี ม๊กจ๊ก) แมน (เป๊ปซี่ - นัฏฐพล โพติยะ) และต๊อก (เซฟ - ปดลเดช กมลาศัยกุล) ที่แกล้งมาขัดจังหวะการเล่นของก๊อดกับเดียร์ และโจ๊คยังเข้ามาเยาะเย้ยก๊อดกล่าวหาว่าเล่นกีฬาแบบผู้หญิง แถมยังท้าแข่งฟุตบอลกับก๊อดอีกด้วย และด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจ ทำให้ก๊อดกลับมาฝึกซ้อมฟุตบอลอย่างหนักเพื่อที่จะได้ไปแข่งกับโจ๊คได้แบบที่ไม่ขายหน้า โดยมีเจ้าจุก (เดล ม๊กจ๊ก) ผีเพื่อนซี้คอยช่วยเหลือเป็นคู่ซ้อมให้ การแข่งขันครั้งนี้ก๊อดได้ให้คำมั่นสัญญาเอาไว้ว่าจะใช้ความสามารถของตัวเองในการแข่งกับโจ๊ค โดยที่ไม่ต้องพึ่งอิทธิฤทธิ์ของเจ้าจุกกับท่านมหาเฟี้ยม (ค่อม ชวนชื่น) และเมื่อถึงเวลาที่ก๊อดกับโจ๊คต้องมาลงสนามแข่งขัน ทั้งคู่ได้แบ่งทีมออกเป็นสองฝ่าย ก๊อดกับแมนอยู่ข้างเดียวกัน และโจ๊คกับต๊อกก็อยู่อีกข้างหนึ่ง โดยมีเดียร์คอยเป็นกรรมการให้ แต่เมื่อการแข่งขันเริ่มต้น ดูท่าทางความสามารถและฝีเท้าแล้ว ก๊อดไม่มีทีท่าที่จะชนะโจ๊คได้เลย โจ๊คทำคะแนนนำหน้าก๊อดแบบที่ก๊อดยากที่จะไล่ตามได้ทัน ทางด้านแมนถึงแม้ว่าจะอยู่ทีมเดียวกันกับก๊อดก็จริง แต่ด้วยความที่แมนเป็นลูกสมุนของโจ๊ค ทำให้ทั้งโจ๊ค แมน และต๊อกรวมหัวกันโกงก๊อด เจ้าจุกทนดูเพื่อนถูกกลั่นแกล้งไม่ไหว จึงได้เข้าไปช่วยไม่ให้โจ๊คสามารถเตะบอลเข้าประตูได้ จนในที่สุดก๊อดก็สามารถเอาชนะโจ๊คได้เป็นผลสำเร็จ



ตอนที่ 5 ออกอากาศวันเสาร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2551

        ก้อง (ต๊ะ -วริษฐ์ ทิพโกมุท) กำลังมีศัตรูหัวใจคนสำคัญ เมื่ออาร์ม รับบทโดย นักแสดงเลือดใหม่ของช่อง 3 “กานต์  อรุณเรืองสวัสดิ์” หนุ่มหน้าตาดี เพื่อนใหม่ที่เคยช่วยเหลือดรีม (โบว์ - แวววรีย์ วงษ์ครุธ) เมื่อครั้งที่ดรีมเคยสะดุดล้ม โดยอาร์มมาหาดรีมที่ร้านหวังที่จะมาขายขนมจีบดรีม และอาร์มพยายามหาทางที่จะอยู่ในร้านกับ ดรีมแบบสองต่อสอง จึงใช้วิธีการเอาของเล่นมาล่อโจ๊ก (พี ม๊กจ๊ก)  เพื่อที่จะให้เด็กๆออกไปเล่นที่อื่น เพราะอาร์มมีแผนชั่วร้ายวางยานอนหลับลงในน้ำให้ดรีมดื่ม  เมื่อก๊อด (ฟรุ๊ต - รจนกร อยู่หน้า) เห็นท่าไม่ดี จึงไปตามก้อง ให้มาช่วย เมื่อก้องมาถึงที่ร้านของดรีม จึงขอให้ดรีมกับอาร์มแลกแก้วกันเพื่อความบริสุทธิ์ใจ โดยที่ก้องไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้ท่านมหาเฟี้ยม (ค่อม ชวนชื่น) ได้มาช่วยสลับแก้วของอาร์มกับดรีมแล้ว ทำให้ดรีมดื่มน้ำแก้วที่มีอย่านอนหลับ จนสลบไปต่อหน้าต่อตาของก้อง อาร์มโกรธมากที่ก้องเข้ามาขัดขวางแผนการ และก้องก็ไม่พอใจที่อาร์มทำแบบนี้กับดรีม ทั้งคู่จึงวางมวยกัน ก้องปล่อยหมัดใส่อาร์มอยู่หลายชุด แต่อาร์มก็สามารถหลบได้หมด จนมีสภาพสะบักสะบอม ก๊อดทนดูสภาพพี่ชายของตัวเองไม่ได้ จึงขอร้องให้ท่านมหาเฟี้ยมช่วย จนกระทั่งอาร์มแพ้และวิ่งหนีไป  

        



ตอนที่ 2 ออกอากาศวันเสาร์ที่ 12 มกราคม 2551

        เหตุเกิดเพราะมีคนในหมู่บ้านต่างล่ำลือกันว่าบ้านหลังที่ครอบครัวของก้อง (ต๊ะ -วริษฐ์ ทิพโกมุท), ก๊อด (ฟรุ๊ต - รจนกร อยู่หน้า), มณี
(ปุ้ย - พิมลวรรณ หุ่นทองคำ)
และชาญชัย (กมล ศิริธรานนท์) ที่เพิ่งย้ายมาอยู่ใหม่นั้นเป็นบ้านผีสิง ซึ่งก่อนหน้านี้มีหลายครอบครัวที่เคยย้าย
เข้ามาอยู่ แต่ก็ไม่มีใครอยู่ได้เกินเดือนก็ต้องย้ายออกไปหมด ด้วยเหตุผลเดียวกันหมดก็คือถูกผีหลอก ท่านมหาเฟี้ยม (ค่อม ชวนชื่น) กับเจ้าจุก
(เดล ม๊กจ๊ก)
เริ่มสงสัยว่าก๊อดจะมองเห็นตน ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องที่ไม่น่าเกิดขึ้นได้เลย เพราะตลอดการที่อยู่ในบ้านหลังนี้

        ไม่มีใครเลยที่มองเห็นท่านมหาเฟี้ยมกับเจ้าจุก แต่ก๊อดกลับเป็นคนแรกและคนเดียวที่สามารถมองเห็น ก๊อดมีท่านมหาเฟี้ยมกับเจ้าจุก
เป็นเพื่อนคุย พูดคุยซักถามเรื่องราวต่างๆรวมถึงก๊อดยังให้ท่านมหาเฟี้ยมกับเจ้าจุกแสดงอิทธิฤทธิ์ในสิ่งที่ผีทำได้ให้ดู ทั้งสองจึงได้แสดงให้ก๊อดดู
ไม่ว่าจะเป็น การทำตาโต ลิ้นห้อย เดินผ่านผนัง และการปรากฏร่างให้คนเห็น ซึ่งเบื้องหลังในการถ่ายทำฉากนี้เป็นการใช้เทคนิคพิเศษกรีน
สกรีนในการถ่ายทำ และการแสดงของท่านมหาเฟี้ยมกับเจ้าจุกในครั้งนี้ก็สร้างเรื่องขึ้นจนได้ เมื่อมณี แม่ของก๊อดรับบทโดยปุ้ย - พิมลวรรณ
หุ่นทองคำ
มาเห็นเข้าพอดี ทำให้ตกใจช็อคหมดสติไป ก๊อดจึงได้ออกกฎเหล็กของการอยู่ร่วมกันสามข้อให้กับท่านมหาเฟี้ยมกับเจ้าจุกเพื่อที่จะ
ไม่ให้ ปัญหาเกิดขึ้น คือ ห้ามหลอกคนในบ้าน, ช่วยดูแลบ้านให้เวลาที่ไม่มีใครอยู่ และในเวลาที่ก๊อดมีปัญหาต้องคอยช่วยเหลือ เพราะถ้าท่านมหาเฟี้ยม
กับเจ้าจุกทำตามที่ก๊อดขอได้ ก๊อดก็จะช่วยตักบาตรอุทิศส่วนกุศุลไปให้ ซึ่งทั้งสองก็ตกลงทำตามกฏของก๊อด ทางด้านแก๊งค์เด็กหัวโจกที่มีโจ๊ค, แมน
และต๊อกก็แสบไม่เลิก เมื่อลองดีไปทดสอบความกล้าในการไปดูผีที่บ้านของก๊อดและก็เจอผีหลอกมาจนได้ และหลังจากที่มณีฟื้นมีสติ ก็ได้โทรศัพท์
ไปตามหมอผีมาปราบผีที่บ้าน ก๊อดจึงได้วางแผนหาวิธีขัดขวางไม่ให้หมอผีมาที่บ้าน โดยวิธีของก๊อดต้องให้ท่านมหาเฟี้ยมกับเจ้าจุกช่วยเหลือ โดยที่
เจ้าจุก
เข้าสิงหมอผีตัวจริงเพื่อเป็นการขัดขวางไม่ให้เดินทางมาที่บ้าน และให้ท่านมหาเฟี้ยมปลอมตัวเป็นหมอผีมาที่บ้านของมณี ท่านมหาเฟี้ยม
ทำพิธีกรรมหลอกในการกำจัดผี ทุกอย่างราบรื่นไปได้ด้วยดี ถึงแม้ว่าคนในบ้านจะสงสัยในพิธีกรรมอยู่บ้างก็ตาม



ตอนที่ 1 ออกอากาศวันเสาร์ที่ 5 มกราคม 2551

        เรื่องราวในละคร “เพื่อนซี้ล่องหน” เป็นเรื่องราวของ 2 ครอบครัว คือ ครอบครัวของก้อง นำแสดงโดย ต๊ะ -วริษฐ์ ทิพโกมุท พี่ชายคนโต
และน้องชายคนเล็กต่างวัย ก๊อด แสดงโดย น้องฟรุ๊ต - รจนกร อยู่หน้า มีพ่อแม่คือ ชาญชัย แสดงโดย กมล ศิริธรานนท์ และมณี แสดงโดย
ปุ้ย - พิมลวรรณ หุ่นทองคำ และอีกหนึ่งครอบครัวคือ 2 สาวพี่น้องต่างวัย ดรีม แสดงโดย โบว์ - แวววรีย์ วงษ์ครุฑ นางเอกใหม่แกะกล่องของ
ช่อง 3 กับเดียร์ แสดงโดย น้องแพร – สุพิชชา มงคงจิตตานนท์ เรื่องราววุ่นๆเกิดขึ้นเมื่อครอบครัวของก้องได้ย้ายมาใหม่ มาเป็นเพื่อนบ้าน
ของดรีมกับเดียร์ โดยบ้านหลังใหม่ของครอบครัวก้องมีท่านมหาเฟี้ยม แสดงโดยค่อม ชวนชื่น กับเจ้าจุก แสดงโดยน้องเดล ม๊กจ๊ก

        ผีคู่ซี้ต่างวัยเป็นเจ้าที่เจ้าทางอาศัยอยู่ด้วย ทำให้ทั้งคนและผีต้องมาใช้ชีวิตอยู่ภายใต้หลังคาเดียวกัน แต่ก็มีเพียงแค่ก๊อดเท่านั้นที่สามารถมอง
เห็น และในหมู่บ้านแห่งนี้ก็มีแก๊งค์เด็กหัวโจกประจำหมู่บ้านมีสมาชิก 3 คน โดยมีโจ๊ก แสดงโดย น้องพี ม๊กจ๊ก เป็นหัวหน้าแก๊งค์มีนิสัยเกเรชอบ
แกล้งเพื่อน มีลูกสมุนอีก 2 คน คือ แมนและต๊อก ที่ทำตัวเป็นลูกไล่ของโจ๊ก ประเดิมเปิดตัวตอนแรกก็เป็นเรื่องราวความวุ่นวาย ของเด็กๆ เพราะ โจ๊ก
หัวโจกเจ้าถิ่นทำตัวเป็นขาใหญ่ประจำหมู่บ้าน กำลังหาเรื่องก๊อดเด็กหน้าใหม่ แต่ยังไม่ทันที่เด็กๆจะได้ป่วนกันเอง บังเอิญมีโจรรถตู้มาลักพาตัวก๊อด
ไป เรื่องที่ตอนแรกจะเป็นแค่เรื่องของเด็กๆ แต่กลายเป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่ต้องมาแก้ไขปัญหาแทน