เรื่องย่อ
บทประพันธ์ : นรอินทร์
บทโทรทัศน์ :วรรณึก
กำกับการแสดง : เติม ชนินทร ประเสริฐประสาตร์

 นายวรเทพ สุรสิทธิ์ เจ้าของธุรกิจสุรสิทธิ์ เรียกทายาททั้งหมดมาฟังประกาศพินัยกรรม และมรดกส่วนหนึ่งถูกแบ่งให้กับลูกสาว ของบุรินทร์ลูกชาย
คนลูกของตระกูลที่เสียชีวิตไป ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้กับสีวิกา ผู้เป็นภรรยาเป็นอย่างมาก ร้อนถึงปรเมศวร์และปารมี 2 พี่น้องญาติทางฝ่าย
ของสีวิกาต้องออกตามหาทายาทนิรนามคนนี้

  ในที่สุดทั้งคู่ก็หาพบ จันทร์ลูกสาวคนเดียวของนายบุรินทร์ ที่อาศัยอยู่ในเกสต์เฮาส์กับมะลิ มะลิมีอาชีพเป็นนักร้องอยู่ในและมีอาชีพเสริมเป็นร่างทรง
หลอกเอาเงินชาวบ้านไปวัน ๆ โดยมีจันทร์และข้าวต้มมัดคอยช่วย บางทีร่างทรงก็มาประทับที่จันทร์ ทำให้จันทร์เห็นภาพนิมิตนั้นจริง ๆ โดยเธอเอง
ก็รู้สึกกลัวความพิเศษที่ตนเองมีอยู่เช่นกัน ถึงวันที่ปรเมศวร์กับปารมีพบจันทร์นั้น เธอเห็นร่างสว่างไสวของคนหนึ่งมานั่งร่วมอยู่ด้วย และบอกให้เธอ
ตามปรเมศวร์กลับไป แต่มะลิไม่ยอมให้จันทร์ไป เพราะกลัวว่าจะถูกหลอก ซึ่งปรเมศวร์ยืนยันความเป็นผู้ปกครอง มะลิจึงยอมให้จันทร์ไป จันทร์เอง
ก็อยากไปที่จะไปเช่นกันเพราะเธออยากจะรู้เรื่องแม่ของเธอที่หายตัวไป โดยมะลิส่งข้าวต้มมัดให้ไปเป็นเพื่อน

  ปรเมศวร์พาจันทร์มาถึงรีสอร์ทพร้อมกับกำชับว่าเธอจะต้องทำตัวเรียบร้อย แต่จันทร์ทำเรียบร้อยเฉพาะต่อหน้า พอลับหลังเธอก็กลายเป็นทโมน
เหมือนเดิม ทำให้ปรเมศวร์ไม่เชื่อใจจันทร์ และคิดว่าจันทร์เป็นเด็กที่โกหก

  ในบ้านหลังนี้มีเพียงคนสองคนเท่านั้นที่จันทร์ไม่ค่อยกล้าเล่นด้วย คือ วรเทพ ปู่ของเธอ แต่จันทร์มักจะเข้ามาหาเพราะอยากรู้เรื่องชองวลัยผู้เป็นแม่
จันทร์ได้รู้ว่าแม่กับพ่อของเธอแต่งงานอยู่กินกันได้ไม่นาน ทั้งสองก็ต้องแยกทางกัน เพราะอคติของคุณย่าสิวิกาเฝ้ามองจับผิด เธอตลอดเวลาที่ไป
ดูแลคุณปู่

  ที่ตึกใหญ่จันทร์ต้องอาศัยอยู่ร่วมกับครอบครัวของสมประสงค์และจงดีผู้เป็นป้า รวมทั้งลูกทั้งสองของเธอ คือ บัณรสและบัณรสี ซึ่งเป็นเด็กที่ เอาแต่ใจ
ตัวเองทั้งคู่ โดยมีลำยองเป็นลูกสมุนคอยช่วยหาเรื่องจันทร์อย่างไม่หยุดหย่อน ทำให้มะลิจะต้องตามมาดูแลจันทร์ และกลายเป็นคู่ปรับ ของลำยอง
ไปโดยปริยาย

จันทร์รู้สึกว่าปรเมศวร์ลำเอียงกับเธอ เพราะคิดว่าเธอเป็นเด็กชอบโกหก คิดว่าจันทร์ชอบสร้างเรื่องวิญญาณมาหลอกคนที่บ้าน และที่โรงเรียน
ให้หวาดกลัว แต่มีความจริงบางอย่างทำให้ปรเมศวร์เชื่อว่าจันทร์ไม่ได้โกหก นอกจากนั้นจันทร์ยังบอกอีกว่าเธอมักได้ยินเสียง "จันทร์เอ๋ย จันทร์เจ้า
ขอข้าว ขอแกง" ทุกครั้งที่เธอเห็นภาพแม่ ปรเมศวร์ก็ไม่ได้นิ่งดูดายในสิ่งที่จันทร์พูด เพราะเขาได้ให้ภูษณ สารวัตรหมุ่มคอยช่วยเหลืออยู่

ที่โรงเรียนจันทร์ยังมีคนที่เข้าใจเธอเกี่ยวกับเรื่องราวลึกลับ คือ คุณครูวันวิสาข์และนุดีเพื่อนร่วมชั้นของจันทร์ คุณครูวันวิสาข์ดูจะเชื่อเรื่องวิญญาณ
มากกว่าใคร เพราะจันทร์ได้พูดถึงครูรมณีที่หายตัวไปอย่างลึกลับเมื่อหลายปีก่อน

ในงานแสดงละครของโรงเรียนจันทร์ได้ร่วมแสดงด้วย และมีฉากหนึ่งทำให้จันทร์ถึงกับอึ้งไป เพราะจันทร์เห็นภาพหลอน หลังละครจบลงบัณรส
และบัณรสีจับจันทร์ไปขังไว้ในห้องเก็บของ ที่นั่นทำให้จันทร์ได้พบกับวิญญาณที่พาจันทร์ขึ้นไปชั้นบนของตึกเก่า และเห็นภาพการฆาตกรรมครูสาว
มีชายหลายคนร่วมฆาตกรรมแต่จันทร์จำคนที่มีรอยแผลเป็นที่แขนได้ติดตา ปรเมศวร์ตามมาหาจันทร์จนพบ และได้ทราบว่ามีศพ อยู่หลังกำแพง
ซึ่งศพนั้นคือศพของครูรมณีนั่นเอง

การพบศพของครูรมณีในครั้งนี้กลายเป็นข่าวใหญ่จนจันทร์เกือบถูกปองร้าย แต่ปรเมศวร์มาช่วยไว้ได้ทัน ซึ่งทำให้เขาได้รับบาดเจ็บ เพราะโดน
ลูกหลง แล้วหมดสติไป เมื่อฟื้นขึ้นมาเขาพบว่าเขาเห็นภาพนิมิตเช่นเดียวกับจันทร์

สีวิกาพาวรเทพไปพักฟื้นที่บ้านพักริมน้ำจนอาการดีขึ้นตามลำดับ จันทร์ได้ตามทั้งสองมาพักอยู่ที่นี่ด้วย ทำให้เธอสังเกตเห็นแผลที่มือของวรเทพ
มีลักษณะเดียวกับมือชายลึกลับคนที่เธอเคยเห็น จันทร์พยายามติดต่อกับปรเมศวร์และภูษณ แต่ถูกวรเทพจับได้ และบังคับให้เธอ ไปที่เรือน
หลังเล็ก ท้ายบึง

วิญญาณของวลัยมาบอกปรเมศวร์ว่าจันทร์อยู่ที่ไหน และตามมาช่วยจันทร์ได้ทัน วรเทพเปิดเผยทุกอย่างให้จันทร์ได้รู้ว่าตนเป็นคนข่มขืนวลัยจนท้อง
และคิดว่าจันทร์เป็นลูกของตน แต่แล้วจันทร์กลับสวนวรเทพไปว่า ตนรู้เรื่องของครูรมณีแล้ว ว่าเป็นฝีมือของวรเทพ เขาขู่จะฆ่าเธอปิดปาก หากเธอ
แพร่งพรายเรื่องนี้ แต่ในขณะเดียวกันนั้นเอง สีวิกาก็เข้ามาพร้อมปืน และบอกให้วรเทพปล่อยจันทร์ไป พร้อมบอกความจริงว่า จันทร์ไม่ใช่ลูกของ
วรเทพอย่างแน่นอน เพราะวลัยท้องก่อนจะถูกวรเทพข่มขืน เมื่อสบโอกาสสีวิกาพาจันทร์หลบหนีออกมา แต่ต้องจนมุมเพราะลูกสมุนของสมประสงค์
วรเทพตามมาสั่งให้ฆ่าจันทร์เสีย และจับถ่วงน้ำในที่เดียวกับที่วลัยถูกฆ่า ปรเมศวร์ ภูษณ และตำรวจตามมาพบ วรเทพจับจันทร์ไว้เป็นตัวประกัน
จันทร์นึกถึงแม่และบทเพลงกล่อมเด็ก จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้า หวังให้แม่มาช่วย และสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น วรเทพเห็นภาพนิมิตของรมณีและวลัย
ทำให้เขาลนลานจนตกน้ำไป และเหมือนมีบางอย่างมาดึงร่างวรเทพให้ดำดิ่งลงสู่ใต้น้ำ

ศพของวลัยถูกนำขึ้นมาประกอบพิธีกรรม จันทร์ได้พบกับแม่ของตนในฝันและรับรู้ว่าแม่ได้ไปสู่สุคติแล้ว จันทร์รับรักปรเมศวร์และกลับมา
เริ่มต้นชีวิตใหม่ อีกครั้งที่รีสอร์ทแห่งนี้ และจันทร์ไม่เคยฝันเห็นภาพน่ากลัวอีกแล้ว เธอฝันเห็นเพียงภาพพ่อกับแม่อยู่ด้วยกันในดินแดน
แห่งความสุข