รัชสมัยพระเจ้าจองโจ ซินยุนบกและชางยอวอนประชันฝีมือวาดภาพในหอจิตกร ต่อมา บรรดาศิษย์หอจิตกรก็ออกไปวาดภาพนอกสถานที่ ซินยุนบกแอบไปวาดภาพหญิงสาวให้ขุนนางใหญ่คนหนึ่ง ด้วยความที่ซินยุนบกไม่ระวังจึงถูกพระอัยยิกาจองซุนพบเห็นเข้า
พระอัยยิกาจองซุนทรงมีพระเสาวนีย์หาจิตกรจากหอบัณฑิตที่วาดภาพหญิงสาวให้พบให้ได้ แต่หลังจากที่บรรดาจิตกรอาวุโสตรวจสอบแล้วกลับต้องจนปัญญาไปตามกันจึงได้เสนอให้เชิญคิมฮงโดซึ่งอยู่ที่เขาเมียวเฮียงกลับเมืองหลวง มีเพียงคิมฮงโดเท่านั้นสามารถวิเคราะห์ว่าภาพวาดเป็นฝีมือของใคร อีกด้านหนึ่งนั้น คิมฮงโดซึ่งกำลังแอบวาดภาพเสือร้ายก็ถูกเสือร้ายบีบจนจนตรอก ...
คิมฮงโดเดินทางกลับเมืองหลวง คิมฮงโดและซินยุนบกต่างพากันแย่งชิงภาพวาดผืนหนึ่งอย่างเอาเป็นเอาตายในร้าน ขายภาพแห่งหนึ่ง ....
ภายในหอจิตกร คิมฮงโดมุ่งหน้าสู่ห้องเรียน ซินยุนบกเดินตามหลังตะโกนทักเดินผิดทางแล้ว คิมฮงโดหันหลังกลับมาตอบว่าอย่าไร้สาระ ทันใดนั้น ศิษย์หอจิตกรผ่านมาก็แสดงคารวะต่อคิมฮงโด ซินยุนบกแปลกใจมากเมื่อเห็นเช่นนั้น ต่อมา ซินยุนบกถึงรู้ความจริงว่าคิมฮงโดเป็นจิตกรที่มีชื่อเสียงโด่งดัง คิมฮงโดสั่งให้ศิษย์วาดภาพม่านบังลมที่นำมาด้วย ชางยอวอนเท้าความถึงบทเรียนครั้งก่อน คิมฮงโดให้บรรดาศิษย์ทั้งหลายอธิบายความหมายที่แฝงอยู่ในภาพวาด เสี้ยวหยวนอธิบายว่าภาพวาดแสดงถึงบารมีพระราชา แต่ซินยุนบกกลับอธิบายว่าภาพวาดแสดงถึงความคิดถึง (ภาษาเกาหลี คำว่า “ภาพวาด”และ “คิดถึง” เป็นคำพ้องเสียง) คิมฮงโดพึงพอใจคำตอบของซินยุนบกเป็นอันมาก
ราชเลขาบอกชางพยองซูว่าตำหนักพระสนมมีคำสั่งเคร่งครัด การตรวจสอบครั้งนี้จะปล่อยปละละเลยไม่ได้ ชางพยองซู บอกราชเลขาว่าตนจะกำชับให้จิตกรทุกคนปิดปากให้สนิท
คิมฮงโดเข้าสอนได้สองครั้งเท่านั้นก็มองออกว่าภาพวาดหญิงสาวเป็นฝีมือของซินยุนบก