มีฐานแฟนประจำอย่างแข็งแรงสำหรับ “ลีซาน จอมบัลลังก์พลิกแผ่นดิน” ทำให้ครองเรตติ้งและจำนวนผู้ชมไว้อย่างเหนียวแน่นตลอดระยะเวลาที่ออกอากาศ ด้วยเนื้อหาที่เข้มข้นและเหมาะกับสถานการณ์ ดังนั้นตลอดเดือนมีนาคม สถานีฯจึงได้เพิ่มเวลาออกอากาศอีก 15 นาที จากเดิมเวลา 18.00น – 20.00น. เป็น 17.45 น.- 20.00 น.
สำหรับเนื้อหาที่เข้มข้นและมีจุดพลิกผันของสถานการณ์นี้ “นายสุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการของไทยทีวีสีช่อง 3 ได้เปิดเผยว่า “ละครเกาหลีลีซานฯ ถือว่าเป็นซีรี่ย์เกาหลีที่เป็นอะไรที่เหมาะสมที่สุด เพราะมีเนื้อหาที่สอดคล้องกับสถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบัน พอเวลาดูละครแล้วทำให้เป็นเหมือนกระจกเงาสะท้อนดูตัวเราเอง เนื่องจากเนื้อหาของละครชุดนี้มีจุดเด่นที่ค่อนข้างชัดเจน มีการเดินเรื่องที่กระชับ มีการหักมุมอยู่ตลอดเวลา และใช้หลักประชาธิปไตยน้อมนำประชาชน สะท้อนให้เห็นถึงการรอคอย อุปสรรค ความสำเร็จ และความล้มเหลว สลายความบาดหมาง สมานสามัคคีให้เกิดขึ้น เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและสร้างความเป็นปึกแผ่นให้แก่ชาติบ้านเมือง ต้องเรียกว่าเป็นซีรี่ย์เกาหลีที่มีครบทุกรส มีทั้งภาพที่ให้คนดูแล้วเกิดรอยยิ้มในขณะเดียวกันก็คงจะรู้สึกว่าเสียน้ำตาให้กับตัวละคร ตัวละครในแต่ละตัวนั้นมีบทบาทที่เข้ากับสถานการณ์ในปัจจุบัน คือจะทำให้คนดูคิดต่อไปว่าเกิดเหตุอย่างนี้ ผลลัพธ์ที่ออกมาก็จะเป็นแบบนี้ ซึ่งก็จะถือเป็นด้านบวกของคนดูที่เวลาดูแล้วไม่ใช่ดูแค่ความบันเทิงเพียงอย่างเดียว แต่ดูแล้วสามารถนำเอาไปคิดเป็นคติเตือนใจตัวเองได้อีกด้วย”
และจากผลสำรวจเรตติ้งโดย Nielsen Media Researh ในดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา “ลีซาน จอมบัลลังก์พลิกแผ่นดิน” มีฐานแฟนประจำอย่างเหนียวแน่นกว่า 3 ล้านคน ทั่วประเทศ โดยมีฐานผู้ชมอย่างเหนียวแน่นมาตั้งแต่เริ่มออกอากาศ ซึ่งเรื่องนี้ นายสุรินทร์ก็ได้อธิบายเพิ่มเติมว่า “จริงๆแล้วมันเป็นจุดแข็งของสถานีฯ มากกว่าตั้งแต่เราเริ่มนำเสนอเรื่อง แดจังกึม จอมนางแห่งวังหลวง เป็นต้นมา ก็เป็นช่วงเวลาที่ช่อง 3 สามารถกำหนดเอาไว้แล้วว่า ทุกวันเสาร์ – อาทิตย์ ตั้งแต่ 6 โมงเย็นถึง 2 ทุ่ม เป็นช่วงเวลาของซีรี่ส์เกาหลีที่เป็นเรื่องราวแบบย้อนยุค และก็มีเนื้อหาที่เข้มข้นจริงจัง และก็มีกลุ่มคนดูที่ชัดเจน อย่างเรื่องที่จบไปคือ คิมชูซอน วันที่จบเราก็ได้เรตติ้งสูงสุด ได้ถึง 10 แต่ว่าในช่วงที่ออกอากาศอยู่เรตติ้งสม่ำเสมอมาก เพราะฉะนั้นผู้ชมค่อนข้างมีรอยัลตี้สูง ส่วนเรื่องลีซานก็น่าจะเป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจเพราะมีผู้กำกับเดียวกับ แดจังกึม”