Thaitv3.com

28 พ.ค 2555-1 มิ.ย 2555

เปิดอ่านแล้ว 23 ครั้ง

เรื่องย่อ มนต์รักในม่านเมฆ

เรื่องย่อละครช่อง3 28 พ.ค 2555 -1 มิ.ย 2555


เฟ่ยหยุนฟานรู้สึกรำคาญที่ถูกอิซาเบล่าหญิงสาวชาวฝรั่งเศสตามตื้อให้แต่งงาน จื่อหลิง,ลี่ผิงและฉู่เหลียนท่องเที่ยวในฝรั่งเศสอย่างมีความสุข จื่อหลิงไม่ระวังพลัดตกลงไปในบ่อน้ำพุจนเปียกปอนไปทั้งตัว ต้องกลับโรงแรมที่พักในสภาพมอมแมมราวกับแมวตกน้ำเช่นนั้น นึกไม่ถึงว่าถูกเฟ่ยหยุนฟานพบเห็นเข้า จื่อหลิงอับอายจึงวิ่งเข้าไปในลิฟท์จนชนเข้ากับบริกรโรงแรมซึ่งถือถาดกาแฟไปให้ลูกค้า ทำให้กาแฟหกรดใส่ตัวจื่อหลิง เฟ่ยหยุนฟานเห็นเช่นนั้นจึงเข้าไปประคองจื่อหลิง ทั้งหยุนฟานและจื่อหลิงต่างดีใจมากที่ได้พบกันอีกครั้ง จื่อหลิงพูดด้วยอารมณ์ขันว่าเธอเปลี่ยนชื่อเป็น“จอมซวย”ไปเสียแล้ว เรโนพ่ออิซาเบล่าใช้กำลังจับตัวเฟ่ยหยุนฟานไป จื่อหลิงเห็นความวุ่นวายที่เกิดขึ้น ลี่ผิงเร่งเร้าให้จื่อหลิงรีบกลับเข้าห้องพักอาบน้ำอุ่นเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เป็นหวัด เมื่อจื่อหลิงกลับเข้าห้องพักก็พบดอกไม้ที่เฟ่ยหยุนฟานส่งมาให้ ดอกไม้ที่เฟ่ยหยุนฟานมอบให้ทำให้จื่อหลิงถึงกับหัวใจพองโตด้วยความดีใจเลยทีเดียว ฉู่เหลียนเตือนสติจื่อหลิงว่าผู้ชายยิ่งโรแมนติกยิ่งน่ากลัว อย่าได้สานสัมพันธ์ให้ลึกซึ้งไปมากกว่านี้ จื่อหลิงผงกศีรษะรับฟังคำเตือนของฉู่เหลียน
ทัศนียภาพอันสวยงามของปารีสทำให้จื่อหลิง,ลี่ผิงและฉู่เหลียนเคลิบเคลิ้มไปตามกัน ทุกครั้งที่ทั้งสามออกไปท่องเที่ยวด้วยกัน ลี่ผิงและฉู่เหลียนก็จะเดินคลอเคลียกันโดยปล่อยให้จื่อหลิงเดินตามลำพังอยู่ด้านหลัง  ฉู่เหลียนไม่อยากเห็นจื่อหลิงรู้สึกว่าถูกทอดทิ้งจึงบอกจื่อหลิงมาเดินด้วยกัน  ทุกครั้งที่มีผู้ชายเข้ามาจีบจื่อหลิง ฉู่เหลียนก็จะแสดงตัวเป็นแฟนหนุ่มเพื่อขับไล่ผู้ชายเหล่านั้นไป วันหนึ่ง ลี่ผิง,จื่อหลิงและฉู่เหลียนได้รับเชิญให้ไปร่วมงานแต่งงานของเฟ่ยหยุนฟาน จื่อหลิงตกใจมากจนลืมตัวลุกจากที่นั่งตะโกนร้อง“จอมยุ่ง”ออกมาเมื่อเห็นเฟ่ยหยุนฟานสวมใส่ชุดแต่งงานในฐานะเจ้าบ่าว พฤติกรรมของจื่อหลิงสร้างความอับอายให้ลี่ผิงเป็นอันมากจนต้องบอกให้จื่อหลิงสำรวม จื่อหลิงซึ่งเดิมทีกำลังอิมเอมกับบรรยากาศอันแสนโรแมนติก แต่แล้วกลับกลายเป็นการทำลายความรู้สึกของเธอ


สี่ปีต่อมา ฉู่เหลียนกลายเป็นสถาปนิกที่มีชื่อเสียงของบริษัทก่อสร้างระดับแนวหน้าของโลก ส่วนลี่ผิงก็ไม่น้อยหน้าเป็นนักเต้นชั้นแนวหน้าในวงการ จื่อหลิงสำเร็จการศึกษาทางด้านการบริหารธุรกิจแล้วก็เข้าทำงาน นอกเวลางานก็เปิดเวปไซด์ส่วนตัวเอาไว้เพื่อใช้เป็นการส่วนตัว เนื่องจากลี่ผิงทุ่มเทให้กับการเต้นรำเป็นพิเศษจึงทำให้ความสัมพันธ์ของเธอและฉู่เหลียนเหินห่างกันทุกที จื่อหลิงติดต่อฉู่เหลียนทางอินเตอร์เน็ตโดยขอความช่วยเหลืและคำแนะนำทางด้านอินเตอร์เน็ตจากฉู่เหลียน    ฉู่เหลียนไม่เพียงให้ความช่วยเหลือจื่อหลิงเป็นอย่างดี ทั้งยังให้กำลังใจจื่อหลิงอย่าได้ท้อถอย ไม่แน่สักวันหนึ่งเวปไซด์ของจื่อหลิงอาจเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกก็เป็นได้ ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ฉู่เหลียนพบว่าตนเริ่มมีใจให้จื่อหลิงเข้าแล้วโดยไม่รู้ว่าความรู้สึกนี้เกิดขึ้นเมื่อใด ฉู่เหลียนชักชวนลี่ผิงพูดคุยกันทางอินเตอร์เน็ต   ลี่ผิงกลับปฏิเสธด้วยเห็นว่าเป็นเรื่องไร้สาระ    ถ้าหากฉู่เหลียนชื่นชอบอินเตอร์เน็ต ฉู่เหลียนจะติดต่อกับจื่อหลิงทางอินเตอร์เน็ตก็ได้
จื่อหลิงเบื่อหน่ายการทำงานด้วยรู้สึกว่าต้องนั่งจับเจ่าอยู่ที่โต๊ะทำงานไม่มีอิสระแม้แต่น้อย เมื่อรู้สึกเช่นนี้แล้วก็ทำให้จื่อหลิงอิดหนาระอาใจกับงานซึ่งอยู่เบื้องหน้า วันหนึ่ง จื่อหลิงไปทำงานสาย ทำให้หัวหน้างานสุดที่จนต่อไปได้จึงตำหนิติเตียนจื่อหลิงเป็นการใหญ่ จื่อหลิงโกรธมากจึงตัดสินใจลาออกจากงาน ด้วยความที่จื่อหลิงเกรงว่าแม่จะรู้เรื่องที่เธอลาออกจากงาน จื่อหลิงจึงตัดสินใจไปหาลี่ผิงเพื่อขอความช่วยเหลือจากพี่สาวของเธอ นึกไม่ถึงว่าจื่อหลิงได้พบกับฉู่เหลียนซึ่งมาชวนลี่ผิงไปทานอาหารกลางวันด้วยกันโดยบังเอิญ ลี่ผิงกำลังจดจ่ออยู่กับการเต้นรำจึงปฏิเสธฉู่เหลียน ฉู่เหลียนไม่มีทางเลือกจึงชวนจื่อหลิงไปทานอาหารกลางวันด้วยกัน หลังจากที่ฉู่เหลียนรู้เรื่องที่จื่อหลิงลาออกจากงานแล้ว ฉู่เหลียนก็ปลอบใจจื่อหลิงอย่าได้วิตกกังวลเกินไป จากนั้นฉู่เหลียนก็ตำหนิลี่ผิงที่ทุ่มเทให้การเต้นรำมากจนเกินไปจนทอดทิ้งตนเองไปทำให้ความสัมพันธ์ห่างเหินออกไปทุกที

 

 


หลังจากที่สุ่นจวนแม่ของจื่อหลิงรู้เรื่องที่จื่อหลิงออกจากงานแล้ว ด้วยความผิดหวังและโกรธจึงโทรศัพท์คาดคั้นเอาความจริงจากจื่อหลิง เมื่อจื่อหลิงเห็นโทรศัพท์จากทางบ้านก็รีบตัดสายทิ้งทันที เมื่อสุ่นจวนเห็นว่าไม่สามารถติดต่อจื่อหลิงได้จึงขอความช่วยเหลือจากจ่านเผิงสามีของเธอให้ดูแลเอาใจใส่จื่อหลิงเป็นพิเศษ สุ่นจวนนำลี่ผิงและจื่อหลิงเปรียบเทียบกันโดยชี้ให้เห็นว่าลี่ผิงเหนือกว่าจื่อหลิงทุกด้าน แต่จื่อหลิงกลับไม่เอาถ่าน จ่านเผิงเห็นว่าภรรยาของตนมีจิตใจลำเอียงจึงแนะนำภรรยาอย่าได้นำลูกสาวสองคนมาเปรียบเทียบกันเป็นอันขาด เพราะเป็นการทำร้ายจิตใจจื่อหลิงจนเกินไป สุ่นจวนไม่เพียงไม่เห็นด้วยกับความคิดของสามีของเธอ ทั้งยังต่อว่าสามีของเธอใช้ชีวิตไปวันโดยไม่เหลียวแลครอบครัว จ่านเผิงไม่อยากต่อล้อต่อเถียงอีกต่อไปจึงอ้างว่ามีธุระเพื่อออกจากบ้านไป ด้วยความหัวเสียจิตใจไม่อยู่กับร่องกับรอยจนเกือบขับรถชนคน เมื่อจ่านเผิงลงไปสอบถามว่าได้รับบาดเจ็บที่ใดหรือไม่ก็ได้พบว่าคนที่ตนขับรถเฉี่ยวชนนั้นคือสุ่ยซินคนรักเก่าซึ่งไม่ได้พบกันมานานหลายปี หลังจากที่จ่านเผิงและสุ่ยซินพูดคุยกันแล้ว จ่านเผิงถึงรู้ว่าสุยซินเปิดคอฟฟี่ชอปและหอศิลป์ยังชีพ ตลอดระยะเวลายี่สิบปีที่ผ่านมาเมื่อได้พบกันอีกครั้งก็ทำให้ต่างฝ่ายต่างเคอะเขินต่อกัน  จ่านเผิงต้องการสานสัมพันธ์เก่าก่อน   แต่สุยซินกลับปฏิเสธสร้างความผิดหวังให้จ่านเผิงเป็นอันมาก สุยซินได้รับโทรศัทพ์จากพี่สาวว่าหยี่ซานลูกสาวของเธอมีเรื่องทะเลาะวิวาท สุยซินเป็นห่วงลูกชายของเธอมากจึงรีบตัดบทเพื่อไปช่วยลูกชายของเธอ
ภายในห้องรับแขกบ้านสกุลหวังซึ่งเปิดไฟสว่างทั่วทั้งห้อง จ่านเผิงและสุ่นจวนมีปากเสียงโต้เถียงกันด้วยเรื่องที่จื่อหลิงออกจากงาน จื่อหลิงกลัดกลุ้มใจมากที่พ่อแม่ทะเลาะกันด้วยเรื่องของเธอ ฉู่เหลียนแนะนำให้จื่อหลิงบอกพ่อแม่ว่าเธอมีเวปไซด์ส่วนตัว ที่สำคัญงานด้านอินเตอร์เน็ตเป็นงานที่เธอชื่นชอบเป็นพิเศษ แต่กลับไม่ได้รับการสนับสนุนจากแม่แต่อย่างใด ใกล้ถึงวันครบรอบการแต่งงานของจ่านเผิงและสุ่นจวนเข้าไปทุกที  บ้านสกุลหวังจัดงานเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่  สุ่นจวนเชื้อเชิญแขกเหรื่อมาร่วมงานอย่างคับคั่ง ขณะที่เฉลิมฉลองกันอย่างมีความสุขนั่นเอง จ่านเผิงกลับดื่มเหล้าด้วยความรู้สึกหดหู่


ในงานเฉลิมฉลองครบรอบแต่งงานของจ่านเผิงและสุ่นจวน  ในเวลาเดียวกันที่จื่อหลิงรู้สึกหดหู่ แต่ลี่ผิงกลับกลายเป็นดาวเด่นที่มีผู้คนห้อมล้อมให้ความสนใจจนทำให้ฉู่เหลียนรู้สึกว่าตนไม่มีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้     จื่อหลิงถ่ายทอดความรู้สึกหดหู่ของเธอเป็นบทกลอนเขียนใส่กระดาษพับเป็นจรวดร่อนออกไป    นึกไม่ถึงจรวดร่อนไปตกลงตรงหน้าเฟ่ยหยุนฟาน ทันทีที่จื่อหลิงเห็นหน้าเฟ่ยหยุนฟาน เธอก็ร้องตะโกนเจ้าตัวยุ่งออกมา จื่อหลิงแปลกใจมากที่เห็นเฟ่ยหยุนฟานปรากฏตัวอยู่ในห้องรับแขก เฟ่ยหยุนฟานบอกจื่อหลิงว่าไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด ตนเป็นแขกคนหนึ่งที่มาร่วมงาน เฟ่ยหยุนฟานบอกจื่อหลิงต่อไปว่าตนได้หย่าขาดจากภรรยาชาวฝรั่งเศสแล้ว จื่อหลิงบอกเฟ่ยหยุนฟานว่าหลายวันก่อนดูเหมือนว่าเธอเคยพบเห็นเฟ่ยหยุนฟานมาก่อน ในเวลานั้นผมเผ้าเฟ่ยหยุนฟานยุ่งเหยิง หน้าตาเศร้าหมอง หนวดเครารกรุงรัง สภาพจิตใจไม่สู้ดีสักเท่าใดนัก สภาพของเฟ่ยหยุนฟานในเวลานั้นแตกต่างจากเฟ่ยหยุนฟานในเวลานี้ราวกับเป็นคนละคนอย่างสิ้นเชิง ลี่ผิงตะโกนเรียกจื่อหลิงมาตัดเค้กด้วยกัน เฟ่ยหยุนฟานจับจ้องไปที่ลี่ผิงและจื่อหลิงสองพี่น้องอย่างมีเลศนัย ฉู่เพ่ยบันทึกภาพเหตุการณ์แห่งความทรงจำเอาไว้
สกุลหวังและสกุลฉู่ปรึกษาหารือกันถึงงานแต่งงานของลี่ผิงและฉู่เหลียน เมื่อจื่อหลิงได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกหดหู่เดินถือเค้กออกจากงานเลี้ยงไปด้วยน้ำตานองหน้า เมื่อเฟ่ยหยุนฟานเห็นน้ำตานองหน้าจื่อหลิง เฟ่ยหยุนฟานก็มอบผ้าเช็ดหน้าให้จื่อหลิงเช็ดน้ำตา ปลอบใจจื่อหลิงให้คลายความเศร้า ในโลกนี้มีคนจำนวนมากที่เจ็บปวดรวดร้าวแสนสาหัสกว่าจื่อหลิงเสียอีก จื่อหลิงจะเศร้าใจไปใยเล่า บางทีพรุ่งนี้หลังจากที่จื่อหลิงตื่นนอนแล้วอาจจะเห็นว่าเรื่องที่หนักหนาสาหัสเช่นนี้เป็นเรื่องเล็กน้อยก็เป็นได้ ไม่ควรค่าที่จะต้องเสียน้ำตา เฟ่ยหยุนฟานชักชวนจื่อหลิงนั่งรถไปด้วยกันเพื่อให้เธอสบายใจ เฟ่ยหยุนฟานดูแลจื่อหลิงเป็นอย่างดี ทำให้จื่อหลิงรู้สึกสบายใจขึ้นมาบ้าง

 


ฉู่เหลียนตำหนิแม่ที่ก้าวก่ายเรื่องการแต่งงานของตน ฉู่เหลียนสารภาพว่าความสัมพันธ์ของตนและลี่ผิงมีปัญหาเกิดขึ้นมากมาย จากนั้นฉู่เหลียนก็กลับเข้าห้องพักไปด้วยความโกรธ ฉู่เหลียนเข้าอินเตอร์เน็ต นึกไม่ถึงว่าได้พบกับจื่อหลิงทางอินเตอร์เน็ตโดยไม่ได้นัดหมาย ฉู่เหลียนขอรูปถ่ายจำนวนหนึ่งจากจื่อหลิงเพื่อช่วยเหลือจื่อหลิงจัดทำเวปไซด์  จื่อหลิงถามฉู่เหลียนว่าจะจัดงานหมั้นกับลี่ผิงเมื่อใด ฉู่เหลียนกลับไม่ตอบโดยจับจ้องไปที่รูปถ่ายที่จื่อหลิงส่งให้ตนทางอินเตอร์เน็ต
ขณะที่สุยซินกำลังสอนนักเรียนอยู่ในหอศิลป์นั่นเอง หยี่ซานก็เดินเข้ามาบอกสุยซินว่าเธอจะหางานทำ หลายปีที่ผ่านมานี้เธอก่อเรื่องก่อราวขึ้นมากมายสร้างความเดือดร้อนไม่เว้นแต่ละวัน ถึงเวลาแล้วที่เธอจะต้องกลับเนื้อกลับตัวเป็นคนดีเสียที  หยี่ซานกล่าวต่อไปว่าทุกแห่งสวยสดงดงามแต่น่าเสียดายที่ไม่มีชายใดหลงรักเธอ หวังจ่านเผิงได้ยินคำพูดของหยี่ซาน หยี่ซานตกใจมากเมื่อเงยหน้าขึ้นมาเห็นหวังจ่านเผิง หวังจ่านเผิงเห็นเช่นนั้นจึงหลบไปยืนอยู่หน้าประตู หลังจากที่หวังจ่านเผิงเห็นภาพถ่ายผลงานการถ่ายภาพของหยี่ซานแล้ว หวังจ่านเผิงก็แนะนำหยี่ซานไปเป็นตากล้องที่สถานเต้นรำของลี่ผิง  หยี่ซานดีใจมากจึงออกปากว่าหวังจ่านเผิงช่างรู้ใจเธอเหลือเกิน สุยซินบอกหวังจ่านเผิงว่าความสัมพันธ์ของหยี่ซานกับพ่อแม่ไม่ดีสักเท่าใดนัก ในเวลานี้เธอและหยี่ซานอยู่ด้วยกัน มีเพียงหยี่ซานเท่านั้นที่ทำให้เธอหัวเราะได้  หวังจ่านเผิงขอร้องให้สุยซินรับรักจากตน สุยซินกลับปฏิเสธโดยบอกหวังจ่านเผิงว่าในเวลานี้เธอพ้นวัยหนุ่มหญิงสาวไปแล้ว ขอร้องหวังจ่านเผิงอย่าทำให้เธอลำบากใจ
จื่อหลิงขอร้องเฟ่ยหยุนฟานสอนเธอดีดกีตาร์ แต่ก่อนอื่นขอให้เฟ่ยหยุนฟานช่วยหาซื้อกีตาร์ตัวหนึ่งให้เธอเสียก่อน เฟ่ยหยุนฟานและจื่อหลิงพากันไปเลือกซื้อกีตาร์ด้วยกัน จากนั้นเฟ่ยหยุนฟานก็พาจื่อหลิงไปทานอาหารที่ร้านอาหารของตน นึกไม่ถึงแชมเปญทำให้จื่อหลิงซึ่งไม่ประสาถึงกับเมามายไม่ได้สติเลยทีเดียว

เรื่องย่อน่าสนใจอื่นๆ

Our Networks

ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 33 HD
ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 28 SD
ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 13 Family

APPLICATIONS

  • 3 LIVE Application

    3 LIVE

    3 LIVE Application IOS 3 LIVE Application Android
  • KrobKruaKao Application

    KrobKruaKao

    KrobKruaKao Application IOS KrobKruaKao Application Android
  • ThaiTV3 Application

    ThaiTV3

    ThaiTV3 Application IOS ThaiTV3 Application Android