











|
|
สมเด็จพระนางเจ้าฯ เสด็จพิธีเจริญพระพุทธมนต์ |
สมเด็จพระนางเจ้าฯ
พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราช
ดำเนินในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ทรงสดับพระธรรมเทศนา เนื่องในวันอาสาฬหบูชา
วันที่ 17 กรกฎาคม 2551 เวลา 17.57 น.สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
เสด็จพระราชดำเนินไปยังอุโบสถวัดไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
ในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ในการสดับพระธรรมเทศนา เนื่องในโอกาสวันอาสาฬหบูชา
เมื่อเสด็จเข้าสู่อุโบสถทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธปกเกศ
ประธานอุโบสถ พระสงฆ์ 23 รูป เจริญ
พระพุทธมนต์ ทรงจุดเทียนดูหนังสือเทศน์ พระราชทานให้เจ้าพนักงานพระราชพิธีเชิญไปตั้งที่ธรรมาสน์
ทรงจุด
ธูปเทียนเครื่องทรงธรรม พระธรรมกิตติเมธี วัดสัมพันธวงศาราม
ถวายศีล และถวายพระธรรมเทศนา "ภูมิสิริมังคล
กถา" ว่าด้วยหลังธรรมของพระพุทธเจ้า มุ่งสอนให้มนุษย์มีแนวทางปฏิบัติที่ทำให้เป็นมงคลแก่ชีวิต
ซึ่งประกอบด้วย เมตตาธรรมเป็นหลักสำคัญ
สำหรับวัดไกลกังวล ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2471 เดิมชื่อวัด "สวนกรรมฐาน"
ใช้เป็นที่ปฏิบัติธรรมวิปัสนากรรมฐานของ
ประชาชน ต่อมาในปี 2511 พระครูอดุล บรรณสาร ได้บูรณะเสนาสนะถาวรวัตถุต่าง
ๆ ภายในวัด และได้รับอนุญาต
ให้เป็นวัดที่ถูกต้อง ต่อมาปี 2514 สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
ได้พระราชทานนามว่า วัดไกลกังวล และ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานนาม พระพุทธรูปประจำอุโบสถ
ว่า พระพุทธปกเกศ ซึ่งมีความหมายว่า พระพุทธเจ้าผู้ทรงคุ้มครอง
ปัจจุบันวัดไกลกังวล มีพระครูวิสุทธิ ปริยัตยานุกูล เป็นเจ้าอาวาส
มีพระภิกษุสงฆ์จำวัด 15 รูป
จากนั้นสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จออกด้านหน้าอุโบสถ
เจ้าหน้าที่พระราชพิธีทูลเกล้าทูลกระหม่อม
ถวายเทียนชนวน เพื่อทรงจุดไฟจากโคมไฟฟ้า แล้วพระราชทานพระราชวโรกาสให้เจ้าพนักงานศุภรัตน์
ข้าราช
บริพาร ข้าราชการ ข้าทูลละอองธุลีพระบาท นำโคมเทียนมาขอพระราชทานจุดไฟ
พร้อมทั้งทรงนำสวดสรรเสริญ
คุณพระรัตนตรัย จากนั้นทรงรับโคมเทียนจากเจ้าพนักงานพระราชพิธี
แล้วทรงพระดำเนินเวียนเทียนประทักษิณ
รอบอุโบสถ จำนวน 3 รอบ โดยมีข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และประชาชนทั่วไปร่วมเวียนเทียนในครั้งนี้เป็นจำนวน
มาก
วันอาสาฬหบูชา ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 เป็นวันที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ได้แสดงปฐมเทศนา ธัมมจัก
กัปปวัตตนสูตร โปรดปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวันเป็นเหตุให้
โกณฑัญญะ เห็นธรรม และอุปสมบท
เป็นพระอริยสงฆ์รูปแรกของพระพุทธศาสนา วันนี้จึงมีพระรัตนตรัยครบองค์
3 คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ พุทธศาสนิกชนควรได้ร่วมกันปฏิบัติบูชา
โดยการให้ทาน รักษาศีล ปฏิบัติธรรม เจริญจิตภาวนา เพื่อเป็นพุทธบูชา
อย่างพร้อมเพรียงกัน |
|
สมเด็จพระบรมฯ ให้คณะบุคคลเฝ้าฯ , บำเพ็ญกุศลอาสาฬหบูชา |
สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ
สยามมกุฏราชกุมาร ทรง
ปฏิบัติพระราชกรณียกิจในวันนี้ ดังต่อไปนี้
วันที่ 17 กรกฎาคม 2551 เวลา 16.05 น.สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช
ฯ สยามมกุฏราชกุมาร เสด็จออก ณ วังศุโขทัย พระราชทานพระ
ราชวโรกาสให้ นายธานินทร์ กรัยวิเชียร องคมนตรี เฝ้าทูลละออง
พระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อม ถวายแจกันดอกไม้พระราชทาน
ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรม
ราชินีนาถ แด่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร
เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 28 กรกฎาคม 2551
เวลา 16.10 น. พระราชทานพระราชวโรกาสให้ นาย กฤษณ์ กาญจนกุญชร
รองราชเลขาธิการ เฝ้าทูลละออง
พระบาท ในโอกาสที่ได้รับพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ดำรงตำแหน่งรองราชเลขาธิการ
เวลา 16.15 น. พระราชทานพระราชวโรกาสให้ พลตำรวจเอก พัชรวาท
วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
เฝ้าทูลละอองพระบาท รับพระราชทานพระราโชบาย สำหรับเป็นแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่
เวลา 16.50 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้
สมเด็จพระบรมโอรสา-
ธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ไปในการพระราชพิธี
ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล
เนื่องในวันอาสาฬหบูชา และเทศกาลเข้าพรรษา ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม
ในพระบรมมหาราชวัง
ในการนี้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ
และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์
โดยเสด็จด้วย
เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึง ทรงจุดเทียนพรรษาบูชาพระรัตนตรัย
แล้วทรงจุดธูปเทียนท้ายที่นั่ง และถวายพุ่มต้นไม้
บูชาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ,พระสัมพุทธพรรณี ,พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์
และพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เสร็จแล้วทรงจุดเทียนชนวน เพื่อพระราชทานนำไปจุดเทียนพรรษา
ที่ทรงพระราชทานอุทิศไว้ตามพระอารามหลวง
ต่าง ๆ แล้วทรงประเคนพุ่มเทียนแด่ สมเด็จพระราชาคณะ,พระราชาคณะ
และพระภิกษุนาคหลวง
ในการนี้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ
พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ พระเจ้า
หลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ และพระราชวงศ์ ทรงประเคนพุ่มเทียนแด่พระสงฆ์ด้วย
วันอาสาฬหบูชา เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาวันหนึ่ง ตรงกับวันขึ้น
15 ค่ำ เดือน 8 เป็นวันที่มีพระสงฆ์รูปแรก
ของโลกและของพระพุทธศาสนา ทำให้พระรัตนตรัยครบองค์ 3 สำหรับประเทศไทยเป็นประเทศแรกที่ประกาศให้
มีพิธีอาสาฬหบูชา เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2501 |
|
สมเด็จพระเทพฯ ปลูกไม้ยางนาร่วมกับนิสิต ม.เกษตร |
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยามบรมราชกุมารี ทรง
ปลูกต้นไม้ร่วมกับคณาจารย์ และนิสิตคณะวนศาสตร์ มหา-
วิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เนื่องในวันอาสาฬหบูชา และเทศกาล
เข้าพรรษา
วันที่ 17 กรกฎาคม 2551 เวลา 08.30 น.สมเด็จพระเทพรัตนราช
สุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จลง ณ บริเวณใกล้สวนป่ายางนา
สวนจิตรลดา ทรงปลูกไม้ยางนา ร่วมกับคณาจารย์ และนิสิตชั้นปี
ที่ 1 คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เนื่องในวันอาสาฬห-
บูชา และเทศกาลเข้าพรรษา ประจำปี 2551
โดยต้นไม้ที่ปลูกในปีนี้ ได้แก่ ต้นตะเคียนหิน ,ตะเคียนทอง ,ยางนา
,สมอพิเภก ,สมอดีงู ,พะยอม ,เคี่ยมคะนอง ,แดง ,กฤษณา ,มะเกลือ
,มะค่าโมงและถ่านไฟผี รวม 420 ต้น สืบเนื่องมาจากการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ทรงห่วงใยไม้ยางนา ซึ่งเป็นไม้ที่มีคุณค่าของไทย ในปัจจุบันถูกทำลายจนใกล้สูญพันธ์
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า
โปรดกระหม่อมให้เก็บเมล็ดยางนาในอำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี
มาเพาะในสวนจิตรลดา
จากนั้นทรงนำมาปลูกในบริเวณแปลงโครงการป่าสาธิต สวนจิตรลดา และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม
ให้ ข้าราชบริพาร รวมถึงคณาจารย์ และนิสิตคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ร่วมปลูกไม้ยางนา ในพื้นที่ 4 ไร่ 1 งาน เพื่อเป็นการอนุรักษณ์พันธุ์ไม้หายาก
โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
เสด็จพระราชดำเนินไปทรงร่วมปลูกด้วยเป็นประจำทุกปี |
|
พระองค์โสม บำเพ็ญกุศลถวายพระศรีสุดารักษ์ |
พระเจ้าวรวงศ์เธอ
พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดา
มาตุ ทรงบำเพ็ญพระกุศลถวายสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระศรีสุดา-
รักษ์ และทรงถวายต้นเทียนพรรษา เนื่องในเทศกาลเข้าพรรษา
วันที่ 17 กรกฎาคม 2551 เวลา 16.43 น. พระเจ้าวรวงศ์เธอ
พระ
องค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จไปยังวัดศรีสุดาราม
วรวิหาร เขตบางกอกน้อย ทรงบำเพ็ญพระกุศลถวายสมเด็จเจ้าฟ้า
กรมพระศรีสุดารักษ์ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ ในพระบาทสมเด็จพระ
พุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 และทรงเป็นสมเด็จพระ
อัยยิกาเจ้าในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่
4
ซึ่งในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ได้ทรงบูรณะปฏิสังขรณ์วัดศรีสุดาราม
ที่ชำรุดทรุดโทรม ต่อมาในสมัยพระบาท
สมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ได้ทรงสร้างพระอุโบสถขึ้นใหม่
พร้อมพระราชทานนามวัด และสถาปนา
ขึ้นเป็นพระอารามหลวง เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่สมเด็จพระอัยยิกาเจ้า
โอกาสนี้ทรงเจิมและทรงพระสุหร่ายต้นเทียนพรรษา ซึ่งเป็นการบำเพ็ญพระกุศล
เนื่องในเทศกาลเข้าพรรษา โดย
พระราชพัฒน์โกสน เจ้าอาวาสวัดศรีสุดารามวรวิหาร ร่วมกับพุทธศาสนิกชน
ผู้มีจิตศรัทธา จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ซึ่งจะได้นำต้นเทียนพรรษาไปถวายยังวัดต่าง
ๆ ในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด รวม 50 วัด
ในการนี้ทรงเททองหล่อยอดองค์พระมหาเจดีย์ ซึ่งทางวัดร่วมกับพุทธศาสนิกชนผู้มีจิตศรัทธาจัดสร้างขึ้น
เพื่อเป็น
ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ที่ได้รับพระราชทานมาจากสมเด็จพระญาณสังวร
สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริ-
นายก โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จ และเปิดให้ประชาชนเข้าสักการะได้
ในปี 2552 สำหรับวัดศรีสุดารามวรวิหาร เป็นพระ
อารามหลวงชั้นตรี เดิมชื่อวัด ชีปะขาว หรือชีผ้าขาว สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา
และเชื่อกันว่า
เป็นสถานที่ศึกษาของสุนทรภู่ กวีเอกของโลกเมื่อครั้งเยาว์วัยด้วย
|
|
พระเจ้าหลานสิริภาฯ ทรงไถ่ชีวิตโค- กระบือ |
พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ ทรงไถ่ชีวิต
โค-กระบือ ถวายเป็นพระราชกุศล
วันที่ 17 กรกฎาคม 2551 เวลา 10.30 น.พระเจ้าหลานเธอ พระองค์
เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ เสด็จออก ณ พระราชวังบางปะอิน จังหวัดพระ
นครศรีอยุธยา ทรงร่วมกับคณะข้าราชการ ผู้มีจิตศรัทธา และพระ
สหาย ไถ่ชีวิตโค-กระบือ รวม 49 ตัว
ทั้งนี้เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550
และถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา
กรมหลวงนรา-
ธิวาสราชนครินทร์ รวมทั้งเพื่อเป็นการบำเพ็ญพระกุศลเนื่องในวันอาสาฬหบูชา
และในเทศกาลเข้าพรรษา โดยโค-กระบือที่ทรงไถ่ชีวิตในครั้งนี้จะนำเข้าโครงการธนาคารโค-กระบือ
เพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ
สำหรับมอบให้แก่เกษตรกรที่ผ่านการคัดเลือกยืมไปเลี้ยงเพื่อการผลิตลูก
ซึ่งเมื่อได้ลูกโค-กระบือตัวแรกจะต้อง
ส่งคืนให้กับปศุสัตว์จังหวัด เพื่อนำไปใช้ในโครงการดังกล่าวต่อไป
โดยเมื่อเกษตรกรได้ยืมเลี้ยงจนครบ 5 ปี จะได้
รับโค-กระบือเป็นกรรมสิทธิ์ของตนเอง ซึ่งเป็นการสนับสนุนการประกอบอาชีพเกษตรกรรม
อันเป็นอาชีพหลักที่
สำคัญของคนไทย |
|
สมเด็จพระสังฆราชฯ ประทานพระโอวาทวันอาสาฬหบูชา |
สมเด็จพระญาณสังวร
สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆ
ปริณายก ประทานพระโอวาทเนื่องในวันอาสาฬหบูชา ประจำ
ปีพุทธศักราช 2551
เนื่องในโอกาสวันอาสาฬหบูชา พุทธศักราช 2551 สมเด็จพระ
ญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทาน
พระโอวาทแก่พุทธศาสนิกชนความว่า
วันอาสาฬหบูชา เป็นวันบูชาที่สำคัญที่สุดวันหนึ่งในพุทธศาสนา
ตรงกับวันพระจันทร์เต็มดวง ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 คือเดือนอาสาฬหะ
เป็นวันที่เจ้าชายสิทธัตถะ หลังจากได้ทรงตรัสรู้พระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ
ได้ทรงเป็นสมเด็จ
พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว ได้ 2 เดือน ได้ทรงแสดงพระปฐมเทศนา
ทรงประกาศพระธรรมที่ทรงตรัสรู้
เป็นครั้งแรกโปรดปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ใกล้กรุงพาราณสี
ท่านโกณฑัญญะ ได้ดวงตาเห็นธรรม รู้ว่า "สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา
สิ่งนั้นทั้งปวงมีความดับไปเป็นธรรมดา"
โดยสมเด็จพระศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเปล่งพระพุทธวาจาให้เป็นที่ประจักษ์
ว่า อัญญาโกณฑัญญะ คือ โกณฑัญญะได้รู้แล้วหนอ วันนั้นจึงเป็นวันที่พระรัตนตรัยเกิด
ครบองค์ 3 คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ องค์แรก
ที่เกิดขึ้นคือ ท่านโกณฑัญญะ ด้วยพระบารมีพระรัตนตรัย จงมั่นใจ
และจงปฏิบัติเทิดทูนบูชาพระรัตนตรัย ให้เต็ม
จิตใจทุกเวลา ขออำนวยพร |
|
|