|
แม่ทัพภาคที่
2 เสริมกำลังทหารเข้าพื้นที่เขาพระวิหารหลังมี
ข่าวฝ่ายกัมพูชาเสริมกำลังรถถังเพิ่มเติม สั่งผู้บังคับบัญชา
ในพื้นที่หารือกับฝ่ายกัมพูชาตลอดเพื่อป้องกันการปะทะ
พลโทสุจิตร สิทธิประภา แม่ทัพภาคที่ 2 เปิดเผยถึงความคืบหน้า
สถานการณ์บริเวณชายแดนเขาพระวิหารว่า ขณะนี้กำลังทหารที่
ปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณชายแดนเขาพระวิหารมีขวัญและกำลังใจที่
เข้มแข็งมีความอดทน ขอให้ประชาชนชาวไทยไม่ต้องเป็นห่วง
ส่วนกรณีที่วันหยุดสุดสัปดาห์ที่จะถึงนี้จะมีกลุ่มมวลชนเดินทางไปชุมนุมและอาจเกิดการปะทะกันอีกครั้งนั้นทาง
กองทัพภาคที่ 2 ได้ประสานงานกับทางผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ และตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมาในการ
ดูแลพี่น้องประชาชนในพื้นที่เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ปะทะกันซ้ำอีก
ตอบข้อถามการที่ฝ่ายกัมพูชาเสริมกำลัง
รถถังเข้ามาในพื้นที่เขาพระวิหารนั้นทางกองทัพภาคที่ 2 ได้เสริมกำลังเพิ่มเติม
หรือไม่
พลโทสุจิตรฯ ตอบว่า ในการปฏิบัติงานก็จะมีข่าวว่าทางฝ่ายกัมพูชามีการเพิ่มเติมกำลัง
ซึ่งในส่วนของกองทัพภาค
ที่ 2 ก็จะต้องดำเนินการในภาระหน้าที่ของทหารที่จะต้องดำเนินการเช่นเดียวกัน
โดยได้ดำเนินการเพื่อประกันความ
สำเร็จในหน้าที่ของทหาร ทั้งนี้ในส่วนของกำลังพลในพื้นที่ได้มีการปฏิบัติงานร่วมกับทางฝ่ายทหารของกัมพูชาจึง
ทำให้มีความสนิทสนม และรู้จักมักคุ้นกันดี
ซึ่งในระดับผู้บังคับบัญชาในพื้นที่ทั้งสองฝ่ายสามารถพูดคุยตกลงกันได้เพื่อป้องกันไม่ให้มีการปะทะกันเกิดขึ้น
ทั้งนี้การที่ พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผบ.ทหารสูงสุด บอกว่า การที่ฝ่ายกัมพูชานำกรณีเขาพระวิหารไปฟ้อง
ต่อสหประชาชาติทำให้ความขัดแย้งยุติลงยากนั้น ตนคิดว่าเรื่องดังกล่าวเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องแก้ไขปัญหา
และไปทำความเข้าใจกับต่างชาติ
ส่วนเรื่องการซ้อมหลบภัยของประชาชนในพื้นที่บริเวณดังกล่าวนั้นก็เป็นการเตรียมการณ์กรณีที่อาจเกิดมีการปะทะ
กันเกิดขึ้นซึ่งถือเป็นเรื่องปกติที่ต้องมีการเตรียมพร้อม ผู้สื่อข่าวถามว่า
ทางรัฐบาลควรจะแต่งตั้ง รมว.ต่างประเทศ
โดยเร็วเพื่อแก้ไขปัญหาเขาพระวิหารหรือไม่ แม่ทัพภาคที่ 2 ได้อมยิ้มและหัวเราะโดยบอกว่าเป็นเรื่องของรัฐบาล
ที่จะดำเนินการ (23/07/51)
|