รมว.กต.สหรัฐหนุนแก้ปัญหาไทย กัมพูชาระดับทวิภาคี
รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ หนุนแก้ปัญหาข้อพิพาทไทย- กัมพูชาระดับทวิภาคี หรือ อาจใช้กลไกของอาเซี่ยนเข้า
มาช่วยไกล่เกลี่ย ยังไม่ควรยกขึ้นไปหารือในระดับ UNSC




น.ส.คอนโดลิซ่า ไรซ์ รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์สื่อมวล-
ชนระหว่างการไปร่วมประชุมว่าด้วยความร่วมมือด้านการเมืองและ
ความมั่นคงในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค ที่ประเทศสิงคโปร์ เกี่ยวกับ
ปัญหาข้อพิพาทไทย - กัมพูชาว่า เป็นเรื่องที่ไทย และ กัมพูชาจะ
ต้องพูดคุยกัน และพยายามแก้ปัญหาโดยการเจรจาระดับทวิภาคี
แต่อาเซี่ยนเองก็ต้องจับตามอง และให้การช่วยเหลือหากมีความจำเป็น ในส่วนของสหรัฐฯนั้นรู้สึกเป็นห่วงในปัญหา
ข้อพิพาทนี้เช่นกัน โดยอยากให้ทั้ง 2 ฝ่ายแก้ปัญหาโดยสันติวิธี และสิ่งที่จำเป็นขณะนี้คือการพยายามจำกัดให้
ปัญหานี้อยู่ในระดับภูมิภาคก่อน ยังไม่ควรนำเข้าสู่เวทีของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) แม้มี
การร้องขอก็ตาม (24/07/51)





ดอนเผย UNSC นัดถกรอบ 2 ค่ำวันนี้
เอกอัครราชทูตและผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การสหประ-
ชาชาติ เผยคณะมนตรีความมั่นคงเตรียมนัดถกข้อพิพาท
ไทย-กัมพูชา รอบ 2 ในเวลา 10 นาฬิกาวันพรุ่งนี้ ซึ่งตรง
กับเวลา 21 นาฬิกาวันนี้ตามเวลาประเทศไทย พร้อมเผย
ตอนนี้เสียงแตกออกเป็น 3 กลุ่ม





นายดอน ปรมัตถ์วินัย เอกอัครราชทูตและผู้แทนภาวรไทย ประจำ
องค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเอ็น เปิดเผยว่า การประชุมด่วนของ
คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) เมื่อวานนี้ยัง
ไม่ได้ข้อยุติว่าจะรับพิจารณาปัญหาข้อพิพาทระหว่างไทย-กัมพูชา หรือไม่ ซึ่ง UNSC ได้นัดประชุมอีกครั้งเวลา
10 นาฬิกาตามเวลาท้องถิ่น หรือ 21 นาฬิกาวันนี้ตามเวลาในประเทศไทย -ทั้งนี้เอกอัครราชทูตไทยประจำยูเอ็น
เปิดเผยว่า ท่าทีของประเทศสมาชิก UNSC ทั้ง 15 ประเทศ ขณะนี้แตกออกเป็น 3 กลุ่มค่อนข้างชัดเจน ประกอบ
ด้วย



-กลุ่มที่ 1. เห็นว่าควรเป็นเรื่องระดับทวิภาคีที่ทั้ง 2 ประเทศต้องไปเจรจาหาข้อยุติกันเองให้ได้ โดยให้อาเซี่ยน
เข้ามามีบทบาทในการไกล่เกลี่ย แต่ก็เห็นว่า UNSC จำเป็นต้องประชุมพิจารณาเรื่องนี้



-กลุ่มที่ 2. เห็นว่าควรเป็นเรื่องระดับทวิภาคี และให้อาเซี่ยนเข้ามาร่วมไกล่เกลี่ย โดย UNSC ไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยว



-กลุ่มที่ 3. เห็นว่า UNSC ควรเรียกประชุมพิจารณาเรื่องนี้โดยตรง



โดยประเทศสมาชิกถาวรทั้ง 5 ประเทศ กระจายอยู่ทั้ง 3 กลุ่ม แต่ 3 ประเทศหลัก อย่าง สหรัฐ , รัสเซีย และ จีน
มีความเห็นอยู่ในกลุ่มที่ 2 ว่า UNSC ไม่ควรเข้าไปยุ่ง ส่วนความเป็นไปได้ที่ UNSC จะรับพิจารณาปัญหาข้อพิพาท
ระหว่างไทย-กัมพูชา หรือไม่นั้น เอกอัครราชทูตไทยประจำยูเอ็น ยอมรับว่า ยังไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าตอนนี้
ได้ เพราะหลังการประชุมรอบแรก ประเทศสมาชิก UNSC ก็จะรายงานผลการประชุมและประเด็นที่ได้มีการหารือ
กลับไปยังประเทศของตัวเอง เพื่อฟังนโยบายและแนวทางในเรื่องนี้ ดังนั้นทุกอย่างจึงสามารถเปลี่ยนแปลงได้




ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการพูดคุยกับเอกอัครราชทูตไทยประจำยูเอ็น ได้มีโทรศัพท์สายด่วนจากผู้ใหญ่ใน
กทม.โทรฯเข้าไปพูดคุยกับเอกอัครราชทูตไทยประจำยูเอ็นด้วย แต่ยังไม่มีการยืนยันที่ชัดเจนว่า ใครเป็นผู้โทรฯไป (24/07/51)






มท.1 เรียกประชุมด่วนผู้ว่าฯ กำชับเคเบิ้ล ทีวี.ทั่วประเทศ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เตรียมเรียกประชุมด่วน
ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ กำชับดูแลเคเบิ้ลทีวี. เผยแพร่
การชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯ หากมีถ้อยคำที่ไม่เหมาะสมให้
ดูดเสียงทันที




ร้อยตำรวจเอกเฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
กล่าวว่า ในบ่ายวันนี้ได้สั่งเรียกประชุมด่วนผู้ว่าราชการจังหวัด
ทั่วประเทศ ผ่านวีดีโอคอนเฟอร์เร้น เพื่อกำชับผู้ว่าราชการจังหวัด
ให้ดูแลเคเบิ้ลทีวี.ในส่วนภูมิภาคให้ดูแลการเผยแพร่การชุมนุมของ
กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หากมีการใช้ถ้อยคำที่ไม่เหมาะสม ก็ให้ดำเนินการดูดเสียงทันที หาก
เคเบิลท้องถิ่นใดฝ่าฝืนมีการนำข้อมูลที่ไม่เหมาะสมมาเผยแพร่ ก็จะดำเนินการตามกฎหมายทันที




ส่วนกรณีที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ เดินทางไปมอบตัวในคดีหมิ่นเบื้องสูง ก็ให้เป็นดุลพินิจ
ของผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ที่จะพิจารณาว่าจะให้มีการประกันตัวหรือไม่ แต่ขอย้ำว่าทุกคนจะต้องปฏิบัติตาม
กฎของกฎหมาย ส่วนของคดีความก็ให้ไปเรื่องของทางตำรวจนครบาล เพราะตนไม่ทราบรายละเอียดในสำนวน
ว่าเป็นอย่างไร (24/07/51)






เลขาฯ ปปช ยันที่มา กรรมการ ปปช ถูกต้อง
เลขาธิการ ป.ป.ช. ยืนยัน ที่มาของ กรรมการ ป.ป.ช.ถูกต้อง
แม้จะมาจาก คมช. เพราะเป็นรัฐาธิปัตย์ ขณะเดียวกัน ย้ำ
ป.ป.ช. ไม่มีหน้าที่วินิจฉัยนักการเมืองถือหุ้นในบริษัทที่ทำ
สัมปทานกับรัฐ เพราะเป้นอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ




คณะกรรมาธิการองค์กรตามรัฐธรรมนูญ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายสุทิน คลังแสง เป็นประธาน
เชิญนายเยี่ยมยอด ศรีมันตระ ตัวแทนกลุ่มพลเมืองภิวัฒน์ ในฐานะ
ผู้ยื่นเรื่องให้ คณะกรรมาธิการฯ ตรวจสอบที่มาของ ป.ป.ช. ทั้ง 9 คนว่ามีที่มาถูกต้องหรือไม่ และเชิญ นายศราวุธ เมนะเศวต เลขาธิการ ป.ป.ช. มาชี้แจง ซึ่งนายเยี่ยมยอด พยายาม
สอบถามที่มาของ ป.ป.ช. ที่อาจไม่ถูกต้อง เนื่องจากไม่ผ่านการสรรหา และโปรดเกล้าฯ



ขณะที่นายศราวุธ ชี้แจงว่า ป.ป.ช. ทั้ง 9 คน มาถูกต้อง ตามประกาศ คปค.ฉบับ ที่ 19 และ 31 โดยเฉพาะประกาศ
คปค.ฉบับที่ 19 ที่งดเว้นเรื่องการสรรหาไว้ นอกจากนี้ นายรองพล เจริญพันธุ์ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ขณะนั้นทำ
หนังสือตอบกลับ ป.ป.ช. เรื่องการโปรดเกล้าฯ ว่า คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ หรือ คมช. เป็นรัฐาธิปัตย์ ดังนั้น
ที่มาของ ป.ป.ช. จึงเป็นไปโดยชอบตามกฎหมาย ส่วนการแต่งตั้งที่ปรึกษาและผู้ช่วยเลขาธิการ ป.ป.ช. เป็นหน้าที่
ของสำนักงาน ป.ป.ช. ไม่เกี่ยวข้องกับกรรมการ ป.ป.ช.




นายศราวุธ ยังชี้แจงกรณี ป.ป.ช. ถูกกล่าวหา ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ตรวจสอบการถือครองหุ้น ของ ส.ส. และ
ส.ว. ที่มีหุ้นในบริษัทที่ทำสัมปทานกับรัฐ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 265 ว่า ป.ป.ช.ไม่ได้ละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ และ
ตามรัฐธรรมนูญ หาก ส.ส. และ ส.ว. ยื่นเรื่องให้ประธานวุฒิสภาตรวจสอบแล้ว ประธานวุฒิสภา จะต้องส่งเรื่องให้
ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้วินิจฉัย ป.ป.ช. ไม่มีหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้อง แต่มีหน้าที่เพียงตรวจสอบ ว่า ส.ส. และ ส.ว.
ปกปิดบัญชีทรัพย์สินหรือร่ำรวยผิดปกติหรือไม่ เท่านั้น (24/07/51)





โฆษกรัฐฯ เสนอทางออกแก้ปัญหาเขาพระวิหาร

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ไม่เห็นด้วยกับความเคลื่อนไหวของกัมพูชา เสนอทางออกแก้ปัญหา
ร่วมกัน ขณะที่เอกอัครราชทูตและผู้แทนถาวรประจำสหประชาชาติยันพยายาม เชื่อยูเอ็น.เรียกประชุม
ฉุกเฉินแน่ เตรียมหาคนเจรจา


นายดอน ปรมัตถ์วินัย เอกอัครราชทูตและผู้แทนถาวรไทย ประจำสหประชาชาติ เปิดเผยถึงสถานการณ์ล่าสุดจนถึง
ขณะนี้ว่า ทางสถานทูตได้พยายามล็อบบี้ประเทศสมาชิกในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติอย่างเต็มที่ เพื่อไม่ให้คณะมนตรีรับคำร้องของกัมพูชาในการเรียกประชุมเร่งด่วน เพื่อพิจารณาคำร้องของกัมพูชาในวันพรุ่งนี้ เพื่อให้ทางคณะมนตรีฯ ส่งเรื่องกลับมาให้เป็นการพูดคุยเจรจาในระดับทวิภาคีกันต่อไป




อย่างไรก็ตามนายดอนเชื่อว่าความพยายามในครั้งนี้คงจะไม่เป็นผล โดยทาง ยูเอ็น.คงจะรับเรื่องของกัมพูชาเข้า
เป็นวาระประชุมฉุกเฉินในวันที่ 28 กรกฎาคมนี้แน่นอน เนื่องจากทางยูเอ็น.จำเป็นต้องปฏิบัติตามข้อบังคับ ที่เมื่อมี
ประเทศสมาชิกร้องเรียนก็ต้องดำเนินการ ซึ่งในส่วนของไทยหากทางยูเอ็น.รับคำร้องของกัมพูชาในวันพรุ่งนี้ ก็จะ
ต้องมีการเตรียมตัวบุคคลไว้เพื่อเปิดเจรจาในวันที่ 28 กรกฎาคม แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถหาตัวบุคคลได้




เบื้องต้นคาดว่าจะต้องเป็นตนเองที่จะต้องไปเจรจา-ทางด้านพลตำรวจโทวิเชียรโชติ สุกโชติรัตน์ โฆษกประจำสำนัก
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับการเคลื่อนไหวของกัมพูชา ที่ส่งปัญหาเขาพระวิหารให้องค์การสหประชาชาติ
เป็นผู้ไกล่เกลี่ย เพราะเห็นว่าการแก้ปัญหานี้น่าจะเป็นการเจรจาเฉพาะสองประเทศเท่านั้น การมีบุคคลที่สามเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นอาเซี่ยน หรือ ยูเอ็น. จะทำให้มากเรื่องออกไปอีก และจะทำให้เรื่องเล็กเป็นเรื่องใหญ่ เพราะคน
ไกล่เกลี่ยบางคนก็ต้องการสร้างผลงานให้กับตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเห็นว่าคนที่รู้ปัญหานี้ดีที่สุดก็คือไทยและ
กัมพูชาเอง




อย่างไรก็ตามโฆษกรัฐบาลเชื่อว่าภายหลังการเรืองในกัมพูชา สถานการณ์จะดีขึ้น แต่ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะไป
ในทิศทางใด ส่วนกรณีปัญหาพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตารางกิโลเมตร โฆษกรัฐบาลบอกว่าเป็นปัญหาที่เรื้อรังมานาน ตั้งแต่สมัยรัฐบาลชวน หลีกภัย ที่ปล่อยให้คนกัมพูชาเข้ามาอยู่ตั้งแต่ต้น สร้างพื้นที่อาศัยถาวร โดยรัฐบาลวางเฉย
ในเรื่องนี้ ซึ่งเห็นว่าทางออกของเรื่องนี้คือการตั้งโต๊ะเจรจาเท่านั้น แต่ก็ต้องใช้เวลาในการดำเนินการ




อย่างไรก็ตามโฆษกรัฐบาลได้เสนอทางออกในการแก้ปัญหาพื้นที่ทับซ้อน 3 แนวทาง คือ 1.พัฒนาพื้นที่บริเวณ
ดังกล่าวให้เป็นพื้นที่ โนแมนแลนด์ (NO MAN LAND) 2.ให้คนไทยและกัมพูชาอยู่ร่วมกัน โดยพัฒนาพื้นที่บริเวณ
ดังกล่าวให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งรัฐบาลของสองประเทศอาจจะร่วมลงทุนระหว่างกัน และ 3.ให้มีการเจรจาแบ่งปัน
พื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร ด้วยวิธีการปักปันเขตแดน โดยอาจใช้วิธีปักปันตามสันปันน้ำ (23/07/51)




ปชป.จี้รัฐบาลปรับ ครม.
ผู้ช่วยเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ จี้ รัฐบาลปรับ ครม. โดยยึดผลประโยชน์ประชาชนเป็นที่ตั้ง ไม่เน้นโควต้ากลุ่ม พร้อมย้ำ หลังเปิดประชุมสภาสมัยนิติบัญญัต รัฐบาลจะพบ 2 วิกฤตใหญ่ ที่ต้องฝ่าไปให้ได้




นายเทพไท เสนพงศ์ ผู้ช่วยเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เรียกร้อง
ให้นายกรัฐมนตรี ปรับคณะรัฐมนตรีโดยคำนึงถึงประโยชน์ของ
ประเทศชาติเหนือประโยชน์ส่วนบุคคล นายใหญ่หรือผู้บงการ ที่
สำคัญต้องเน้นความเป็นเอกภาพ โดยไม่นำเอารัฐมนตรีที่มีปัญหา หรือรัฐมนตรีที่โลกลืม ไม่มีผลงานออกจากตำแหน่ง ไม่ใช่ย้ายข้ามกระทรวง เพราะผลงานก็คงไม่ปรากฏ โดย
เฉพาะด้านการศึกษา สังคมและเศรษฐกิจ ที่ถือว่าเป็นความล้มเหลวอย่างต่อเนื่อง




นอกจากนี้ควรเน้นคนที่มีความรู้ ความสามารถ โดยนายกรัฐมนตรี มีอำนาจตัดสินใจเลือกรัฐมนตรีเอง ไม่ใช่รอการ
สั่งจาคนเบื้อหลัง พร้อมเชื่อว่า หลังวันที่ 2 สิงหาคม ที่จะมีการเปิดประชุมสภาสมัยนิติบัญญัติ จะเกิดวิกฤต 2 เรื่อง จากการที่รัฐบาลเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ




โดยไม่รอผลการศึกษาของคณะอนุกรรมาธิการวิสามัญที่ตั้งขึ้นมาเพื่อศึกษาข้อดีข้อเสียของรัฐธรรมนูญทั้ง 5 คณะ
แม้จะมีความพยายามที่จะเร่งสรุปผลในวันที่ 27 กรกฎาคม เพื่อให้ทันการเปิดประชุม รองรับการเสนอแก้ไขรัฐธรรม-
นูญของรัฐบาล และวิกฤตภายในพรรค ที่เกิดจากการปรับคณะรัฐมนตรี (23/07/51)




ก.ตปท.มีทีม ฉก.ติดตามปัญหาไทย - กัมพูชา
ก.ต่างประเทศ เดินสายชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับปัญหา
ข้อพิพาทไทย - กัมพูชาต่อประเทศสมาชิกคณะมนตรีความ
มั่นคงฯ พร้อมเสริมทีม กม.คอยติดตามประเมินสถานการณ์
เผื่อบานปลายไปถึงศาลโลก



นายธฤต จรุงวัฒน์ อธิบดีกรมสารนิเทศ ในฐานะโฆษกกระทรวงการ
ต่างประเทศ กล่าวถึงการที่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ
(UNSC) จะประชุมเพื่อพิจารณาว่าจะรับคำร้องของกัมพูชาหรือไม่
ในวันพรุ่งนี้




โดยยืนยันว่า ขณะนี้ทีมงานของกระทรวง โดยเฉพาะนายดอน ปรมัตถ์วินัย เอกอัครราชทูตและผู้แทนถาวรไทย
ประจำสหประชาชาติได้พยายามเดินสายล็อบบี้ประเทศสมาชิก UNSC ทั้ง 15 ประเทศ เพื่อให้รับทราบข้อเท็จจริง ,
เหตุผล และจุดยืนของประเทศไทยแล้ว




โดยเฉพาะในประเด็นที่ว่า ควรให้เรื่องนี้เป็นไปตามกฏบัตรสหประชาชาติข้อที่ 32 ที่กำหนดให้ประเทศคู่กรณีได้
เจรจาตกลงกันเองก่อน หากไม่สามารถหาข้อยุติได้ก็ให้องค์กรระดับภูมิภาคเข้ามาไกล่เกลี่ยก่อนที่นำเรื่องเข้าสู่การ
พิจารณาระดับสหประชาชาติ มั่นใจว่า ทุกประเทศที่จะเข้ามาดูเรื่องนี้ จะได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนจากฝ่ายไทย




ขณะเดียวกันทางกระทรวงยังได้เสริมทีมงานด้าน กม.ที่ประกอบไปด้วยเจ้าหน้าที่จากกรมต่าง ๆ ในสังกัด ก.
ต่างประเทศให้ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินและวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของสถานการณ์ว่าจะออก
มาในแนวทางใดได้บ้าง โดยเฉพาะกรณีที่ว่า กัมพูชาอาจไปยื่นฟ้องต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ศาลโลก)
จะได้เตรียมการได้ทันท่วงที




ทั้งนี้ ก.ต่างประเทศ ขอยืนยันว่า พร้อมขึ้นชี้แจงบนเวทีระดับประเทศในทุก ๆ เวที โดยประเทศไทยจะเดินหมาก
ด้วยความสุขุมตามครรลองของสหประชาชาติ ไม่จำเป็นต้องตอบโต้โดยใช้สงครามข่าวสารกับกัมพูชาแต่อย่างใด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก.ตปท.เตรียมออกหนังสือปกขาวที่แสดงถึงภูมิหลังของกรณีปราสาทพระวิหารมาจนถึงปัญหา
ข้อพิพาทระหว่างไทยกับกัมพูชาในปัจจุบันออกแจกจ่ายสาธารณชน และนานาประเทศด้วย โดยขณะนี้กำลังอยู่
ระหว่างการศึกษาในเรื่องข้อ กม. เพราะอาจติดขัดเรื่องคำสั่งศาลปกครอง (23/07/51)




นายกฯ วอนคนไทยในต่างแดนใช้วิจารณญาณติดตามข่าวสาร

นายกรัฐมนตรีขอให้คนไทยในต่างแดนใช้วิจารณญาณ
ติดตามข่าวสารในประเทศไทย ย้ำจะรักษาชาติไว้สุดชีวิต




นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์
ไอพีทีวี ซึ่งเป็นสื่อมวลชนไทยในสหรัฐฯในระหว่างการต้อนรับคณะ
เยาวชนไทยในอเมริกาในโครงการเยาวชนไทยในสหรัฐเยือน
แผ่นดินแม่ ตอนหนึ่งว่า




ขณะนี้การเมืองไทยอยู่ระหว่างการเปลี่ยนผ่าน ซึ่งแม้เปลี่ยนรัฐบาลแล้วก็ยังคงมีปัญหา เพราะมีคนจ้องจะเอาออก
อีก ขอให้คนไทยในอเมริกามีวิจารณญาณในการติดตามข่าวสาร และสนใจความเคลื่อนไหวบ้านเมืองของเรา ใช้
วิจารณาญาณและพิจารณาปัญหาที่เกิดขึ้น ขอให้ใช้โทรศัพท์สอบถามข่าวคราวจากญาติพี่น้องที่อยู่ในประเทศไทย เพื่อสอบถามให้รู้ว่าอะไรเป็นอะไร อย่าไปนั่งแสดงอาการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายโดยไม่ถามไถ่





เวลานี้คนไทยที่อยู่ในต่างประเทศก็มีสิทธิ์มีเสียงเหมือนกับคนไทยที่อยู่ในประเทศ นายกฯย้ำว่าขอให้มั่นใจว่าบ้าน
เมืองของเราเดินทางมาดี แต่ว่าคนบางพวกไม่คิดอย่างนี้ จะเอาชนะกันทางการเมืองและใช้วิธีการ เทคโนโลยีที่มี
อยู่ปลุกปั่นให้คนเข้าใจผิด ซึ่งถ้าเป็นแบบนี้บ้านเมืองอยู่ไม่ได้แน่ ตนเองก็ต้องต่อสู้เพราะเป็นรัฐบาล เวลานั่งด่า
โครมๆๆๆไม่เป็นไร พอรัฐบาลเอาไปออกรายการเดียวเท่านั้นก็จะหักล้าง หาทางที่ล้มรายการทันที เวลาด่าเรา 24
ชั่วโมง ไม่เป็นไรแต่เราพูดตอบโต้แค่ชั่วโมงเดียวจะล้มให้ได้ นี่คือความแตกต่าง





นายกฯยังฝากบอกคนไทยที่อยู่ต่างแดนด้วยว่าขอให้สนใจความเป็นไปของบ้านเมืองเรา เวลานี้ใน 10 ประเทศคือ
กลุ่มอาเซียน เขาให้เราอยู่แถวหน้า ประเทศไทย นายกรัฐมนตรีไทยเป็นประธานอาเซียนในเวลา 1 ปีครึ่ง ในยุโรป
เขาผลัดกันเป็นคนละ 6 เดือนเท่านั้น ซึ่งไทยจะเริ่มรับตำแหน่งประธานอาเซียนในวันศุกร์ที่ 25 ก.ค.นี้ ดังนั้นใน 10
ประเทศนี้เราจะอยู่หัวแถว แต่เราก็ถือว่าเราเป็นเพื่อนในระดับเดียวกันและทำงานร่วมกัน เวลาไปพูดกับยุโรปก็จะมี
ประเทศอาเซียนร่วมอยู่ด้วย ไม่ใช่เฉพาะประเทศไทยเท่านั้น เราถือว่าเป็นมิตรกับทุกประเทศไม่เป็นศัตรูกับใคร





และย้ำว่ารัฐบาลเราจะต้องรักษาสิ่งที่บรรพบุรุษทำเอาไว้ให้ ต้องรักษาทุกอย่าง รักษาสถาบันพระมหากษัติรย์ไว้
เท่าชีวิต รักษาสถาบันพระพุทธศาสนาให้อยู่คู่บ้านคู่เมือง และสิ่งสำคัญต้องรักษาชาติของเราให้เป็นชิ้นเดียว ไม่
ถูกแบ่งแยก จะด้วยอะไรก็แล้วแต่ก็เป็นงานที่เราจะต้องทำและเราก็รับผิดชอบในสิ่งที่เราทำ (23/07/51)






ศาล รธน.เตรียมออกนั่งพิจารณาคดีวิรุณ
ศาลรัฐธรรมนูญเตรียมออกนั่งพิจารณาคดี เพื่อไต่สวน
ข้อเท็จจริงกรณี 31 ส.ว. ขอให้วินิจฉัยการสิ้นสุดความเป็น
รัฐมนตรีของนายวิรุณ เตชะไพบูลย์ รมช.พาณิชย์ อังคารหน้า



นายไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ แถลงภายหลังการประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในวันนี้ ซึ่งมีนาย
ชัช ชลวร ประธานศาลรัฐธรรมนูญ เป็นประธานการประชุม




โดยที่ประชุมได้กำหนดให้มีการออกนั่งพิจารณาคดีเพื่อไต่สวนคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่าย กรณีที่สมาชิกวุฒิสภารวม 31 คน ยื่นขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยการสิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรีของนายวิรุณ เตชะไพบูลย์ รัฐมนตรีช่วยว่า
การกระทรวงพาณิชย์ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 182 วรรค 1 (7) ประกอบมาตรา 269 หรือไม่




ทั้งนี้เนื่องจากนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร ซึ่งสังกัดกรมทะเบียนการค้า ได้ยื่นขอให้มีการออกนั่ง
บัลลังก์เพื่อพิจารณาในเรื่องดังกล่าว ศาลรัฐธรรมนูญจึงได้นัดออกนั่งบัลลังก์เพื่อพิจารณาอย่างเปิดเผย ในวัน
อังคารที่ 29 กรกฎาคมนี้ เวลา 09.30 น. อย่างไรก็ตามเลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ระบุว่า จะไม่นำความ
เห็นของ กกต. ที่ยกฟ้องกรณีของนายวิรุณมาประกอบการพิจารณา เพราะถือว่าเป็นคนละช่องทางกัน




นายไพบูลย์ยังกล่าวปฏิเสธที่จะเปิดเผยรายละเอียดกรณีที่มีกระแสข่าวว่า นายบุญส่ง กุลบุปผา ตุลาการศาล
รัฐธรรมนูญ ทำหนังสือเพื่อขอกลับไปปฏิบัติหน้าที่ที่ศาลฎีกา โดยระบุว่าในการประชุมวันนี้ไม่ได้มีการพูดถึงเรื่อง
ดังกล่าว (23/07/51)





อภิสิทธิ์ ชี้ UN ไม่จำเป็นต้องไกล่เกลี่ยข้อพิพาทไทย- กัมพูชา
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ชี้ ยูเอ็นไม่จำเป็นต้องไกล่เกลี่ย
ข้อพิพาท ไทย-กัมพูชา จี้ นายกรัฐมนตรี แจ้งกัมพูชาให้
เกียรติไทย เลิกยกระดับปัญหาสู่เวทีโลก





นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี
ที่องค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเอ็น จะประชุมฉุกเฉิน กรณีพิพาท
พื้นที่ทับซ้อนเขาพระวิหาร ตามที่กัมพูชาร้องขอ ว่า




ไม่จำเป็นที่ ยูเอ็น จะเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะไทยและกัมพูชาได้พูดคุยกันมาแล้ว และยังมีเวทีอาเซียนให้เจรจากัน
ได้อีก ดังนั้น รัฐบาลควรเปิดเกมรุกทางการทูต โดยนายกรัฐมนตรี ต้องมีท่าทีชัดเจนในการทำหนังสือชี้แจงไปยัง
ยูเอ็นว่า ทั้ง 2 ประเทศ จะคุยกันในระดับทวิภาคี พร้อมต้องแจ้งไปยังกัมพูชาให้ไว้ใจและให้เกียรติกัน ไม่ควรยก
ระดับปัญหาไปสู่เวทีโลก




สำหรับการฉลองวันเกิดครบ 59 ปี ของพันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ นปช. จะจัดงาน
ที่ท้องสนามหลวง โดยเชิญประชาชนเข้าร่วม นั้น เป็นสิทธิที่สามารถทำได้ แต่อยากเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคลื่อนไหว
อยู่ในกรอบ ส่วนปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น แต่ละฝ่ายควรทำหน้าที่ของตัวเอง โดยรัฐบาลไม่ควรกังวลกับการาทำหน้าที่
ของ ป.ป.ช. เพราะรัฐบาลมีอำนาจอยู่ในมือ ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการ และไม่ควรดิสเครดิตกระบวนการ
ยุติธรรม // ส่วนความพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญ รัฐบาลก็ควรปล่อยให้คณะกรรมาธิการฯ ศึกษาและดำเนินการ
ไปตามขั้นตอน




สำหรับโครงการรถเมล์ปรับอากาศเอ็นจีวี 6,000 คัน ที่รัฐบาลนำเข้าสู่ที่ประชุม ครม. เป็นครั้งที่ 3 หลังจากพักการ
พิจารณาชั่วคราว แต่ยังคงถูกคัดค้าน นั้น เห็นว่า โครงการดังกล่าวยังมีตัวเลขที่ไม่สมเหตุสมผล ซึ่งการกลับไป
พิจารณาใหม่ถือเป็นเรื่องดี เพื่อความรอบคอบ และนักการเมืองไม่ควรเข้าไปมีผลประโยชน์ ซึ่งฝ่ายค้านหวังว่า
รัฐบาลจะตรวจสอบตัวเลขอย่างชัดเจน ส่วนปัญหาความขัดแย้งใน ครม. ไม่ทราบรายละเอียดมากนัก แต่การทำ
โครงการต่างๆของรัฐบาสลควรรักษาประโยชน์ของประชาชนมากที่สุด (23/07/51)






นายกฯ โยน กต.ดูแลปัญหาเขาพระวิหาร
นายกฯ โยนให้กระทรวงการต่างประเทศ เป็นคนกำหนด
ท่าทีไทย กรณีปัญหาเขาพระวิหาร หลังยูเอ็น.รับประชุม
ฉุกเฉินพรุ่งนี้



ในส่วนของนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เมื่อผู้สื่อข่าวได้
พยายามสอบถามถึงจุดยืนของไทย หลังจากที่ทางคณะมนตรีความ
มั่นคงสหประชาชาติ รับคำร้องของกัมพูชา ที่ขอให้เป็นตัวกลาง
ในการไกล่เกลี่ยขอพิพาทกรณีปัญหาเขาพระวิหาร เข้าประชุมเป็น
วาระฉุกเฉินในวันพรุ่งนี้



โดยนายกฯ บอกเพียงสั้นๆ ว่า กระทรวงการต่างประเทศ จะเป็นคนดูแลในเรื่องนี้ เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าได้คุยกับ
สมเด็จฮุนเซน นายกฯกัมพูชาหรือไม่ นายกฯ ย้ำว่ากระทรวงการต่างประเทศจะเป็นคนกำหนดท่าทีเอง (23/07/51)





กมธ.ตปท.สภาเชื่อ หลังเลือกตั้งในกัมพูชาสถานการณ์ดีขึ้น
คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร เห็นด้วย
กับผู้บัญชาการทหารสูงสุด ที่ไม่ต้องการให้กัมพูชากดดันไทย
ผ่านเวทีโลก พร้อมเชื่อหลังเลือกตั้งในกัมพูชาสถานการณ์ชาย-
แดนจะดีขึ้น





ร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง ประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้-
แทนราษฎร เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะกรรมาธิการฯ ได้เชิญนายกฤต
ไกรจิตติ อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย และนายปองพล อดิเรกสาร ประธานคณะกรรมการมรดกโลกประจำ-
ประเทศไทยมาให้ข้อมูลเรื่องปราสาทพระวิหารมาให้ข้อมูล




เนื่องจากเป็นเรื่องละเอียดอ่อนต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ซึ่งมองว่า สถานการณ์ขณะนี้เกี่ยวข้องกับการเมือง
และหลังเลือกตั้งในกัมพูชา วันที่ 27 กรกฎาคมนี้ สถานการณ์จะดีขึ้น และกรรมาธิการต่างประเทศของไทยจะรอ
หารือกับคณะกรรมาธิการการต่างประเทศของกัมพูชา เพื่อหาทางออกร่วมกัน




ส่วนการที่กัมพูชาส่งจดหมายให้สหประชาชาติเข้ามาช่วยเจรจานั้น ไม่เห็นด้วย เพราะในฐานะประเทศเพื่อนบ้านควร
จะมีการเจรจาแบบทวิภาคี เพราะถือว่าเป็นปัญหาระหว่างสองประเทศจึงไม่ควรให้เวทีนานาชาติเข้ามากดดัน นอก
จากนี้ยังเห็นด้วยกับ พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดที่ออกมาระบุไม่เห็นด้วยกับท่าทีของ
กัมพูชาในการกดดันประเทศไทยผ่านเวทีโลก (23/07/51)






UN ถกข้อเสนอเขมรเปิดประชุมฉุกเฉินพรุ่งนี้
เอกอัครราชทูตและผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ
ยอมรับ ยูเอ็น บรรจุกรณีพิพาทเขาพระวิหาร เข้าหารือเป็น
วาระฉุกเฉินแล้ว





นายดอน ปรมัตถ์วินัย เอกอัครราชทูตและผู้แทนถาวรไทยประจำ
สหประชาชาติ ยอมรับว่าล่าสุดทางยูเอ็น ได้บรรจุคำร้องของกัมพูชา
ที่ต้องการให้สหประชาชาติเข้ามาเป็นตัวกลางในการไกล่เกลี่ยกรณี
พิพาทปัญหาเขาพระวิหารเป็นวาระฉุกเฉินแล้ว



ซึ่งนายดอนบอกว่า ขณะที่ทางกัมพูชาพยายามรวบรัดดำเนินการในเรื่องนี้อย่างจริงจังซึ่งทุกอย่าง ก็เป็นไปตาม
ข้อบังคับของยูเอ็นที่เมื่อมีประเทศร้องเรียนปัญหาเข้ามา ก็สามารถเรียกประชุมฉุกเฉินได้ ซึ่งเป็นเรื่องไทยคาดคิด
มาก่อน โดยขณะนี้ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด กำลังหาแนวทางเพื่อกำหนดท่าทีที่ชัดเจนของไทย




ทั้งนี้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ซึ่งเป็นหน่วยงานโดยตรงในการพิจารณาเรื่องดังกล่าว มีสมาชิก
ทั้งหมด 15 ประเทศ โดยมี จีน ฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา รัสเซีย และอังกฤษ เป็นสมาชิกถาวร และอีก 10 เป็นหมุน-
เวียนกันไป โดยขณะนี้มีประเทศเวียดนามเป็นประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ซึ่งเป็นประเทศใน
ภูมิภาคเอเชียเพียงประเทศเดียว ที่เข้าร่วมเป็นสมาชิกอยู่ในขณะนี้ ซึ่งไทยมีความหวังจากท่าทีของเวียดนามใน
ขณะนี้ที่ยังวางตัวเป็นกลางในเรื่องนี้อยู่ (23/07/51)






MOU ไทย กัมพูชา พ.ศ.2543
สาระสำคัญในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างรัฐบาล
ไทยกับรัฐบาลกัมพูชาว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขต
แดนทางบก พ.ศ. 2543





1. พื้นฐานทางกฎหมาย การสำรวจและปักหลักเขตแดนทางบกจะ
ดำเนินกากรโดยใช้เอกสารหลักฐานที่ผูกพันไทยและกัมพูชาตาม
กฎหมายระหว่างประเทศ คืออนุสัญญาฉบับลงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1904 สนธิสัญญาฉบับลงวันที่ 23 มีนาคม ค.ศ. 1907 กับ
พิธีสารแนบท้าย และแผนที่แสดงเส้นเขตแดนระหว่างไทยกับกัมพูชามาตราส่วน 1:200,000 ซึ่งจัดทำขึ้นตาม
ผลงานของคณะกรรมการปักปันเขตแดนระหว่างสยามกับอินโดจีน



2. กลไกการปฏิบัติงาน ได้แก่
2.1 คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) ควบคุมดูแลและพิจารณาตัดสินใจเรื่องการสำรวจและปักหลักเขตแดน
ทางบกตามกรอบของกฎหมาย และผลิตแผนที่แสดงเส้นเขตแดนทางบก
2.2 คณะอนุกรรมาธิการเทคนิคร่วม จัดทำแผนแม่บทและข้อกำหนดอำนาจหน้าที่ (TOR) ของการสำรวจฯ




3. ขั้นตอนการปฏิบัติงาน แบ่งพื้นที่ปฏิบัติงานออกเป็นหลายตอน และเมื่อดำเนินงานแล้วเสร็จในตอนใดก็ให้
ประธานกรรมาธิการเขตแดนร่วมฯ จัดทำบันทึกความเข้าใจพร้อมแนบแผนที่แสดงพื้นที่ตอนนั้นกำกับไว้ ทั้งสอง
ฝ่ายจะงดเว้นการดำเนินการใด ๆ ที่มีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิประเทศบริเวณชายแดน เว้นแต่จะเป็นการ
กระทำเพื่อประโยชน์ในการสำรวจฯ




4. ค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติงาน แต่ละฝ่ายจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการสำรวจฯ ของฝ่ายตน ส่วนค่าวัสดุที่ใช้ในการ
จัดทำหลักเขตแดนกับค่าจัดทำและผลิตแผนที่แสดงเส้นเขตแดนที่ได้สำรวจ และจัดทำหลักเขตแดนแล้วนั้น
จะรับผิดชอบฝ่ายละครึ่งหนึ่ง




5. ให้บันทึกความเข้าใจมีผลบังคับใช้ในวันที่มีการลงนาม (23/07/51)





ปัญหาพรมแดนไทย - กัมพูชา

เปิดข้อมูลปัญหาพรมแดนไทย-กัมพูชาทั้งทางบกและทาง
น้ำเกิดจากการถือแผนที่คนละฉบับ , หลักเขตแดนหาย และ
กำหนดจุดอ้างอิงคนละจุดบนแผนที่โลก





แนวพรมแดนไทยกับกัมพูชายาวประมาณ 798 กิโลเมตร ลากผ่าน
พื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี , ศรีสะเกษ , สุรินทร์, บุรีรัมย์ , สระแก้ว ,
จันทบุรี และตราด เมื่อมีการปักปันเขตแดน ตลอดแดนยาวประมาณ
798 กิโลเมตรนั้น แบ่งออกมาเป็น 3 ลักษณะคือลักษณะที่เป็น
สันปันน้ำมี 524 กิโลเมตร , ที่เป็นเส้นตรงมี 58 กิโลเมตร และที่เป็นลำคลองมี 216 กิโลเมตร




ทั้งไทยและกัมพูชามีการปักปันเขตร่วมกันครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.2451 ตั้งแต่จังหวัดอุบลราชธานี เรื่อยไปจนถึงจังหวัด
ตราด โดยไทยมีหลักเขตแดนทั้งหมด 73 หลัก ปัญหาเกิดขึ้นคือ หลักเขตแดนทั้ง 73 หลัก ปัจจุบันเหลือไม่ครบ
เนื่องจากบางหลักถูกเคลื่อนย้าย บางส่วนสูญหาย



สำหรับปัญหาพื้นที่ทับซ้อนที่เกิดขึ้น เกิดจากไทย และ กัมพุชาใช้แผนที่ในการพิจารณาปัญหาเขตแดนคนละฉบับ
ฝ่ายไทยใช้มาตราส่วน 1 : 50,000 ลำดับชุด L 7071 ที่กรมแผนที่ทหารจัดทำ ส่วนกัมพูชาให้แผนที่ 1 : 50,000
ที่จัดพิมพ์โดยสาธารณรัฐสังคมเวียดนาม ซึ่งการการยึดแผนที่คนละใบ ส่งผลให้เกิดแนวทับซ้อน




เพื่อแก้ปัญหาเรื่องเขตแดน ไทยกับกัมพูชาจึงได้ร่วมทำบันทึกความเข้าใจ เรื่องการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดน
ใหม่ เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ.2543 และยังได้มีการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือไทย-กัมพูชา
(JBC) ครั้งที่ 5 ระหว่างวันที่ 7 - 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2549 ที่กรุงพนมเปญ โดยที่ประชุมมีมติให้มีการสำรวจเขต
แดนทางบกให้แล้วเสร็จภายในปี พ.ศ. 2549 ส่วนเขตแดนทางน้ำให้แล้วเสร็จภายใน พ.ศ.2550 ซึ่งคณะกรรมการ
ชุดนี้ลงมือสำรวจตั้งแต่วันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ.2549 เป็นต้นมา




โดยในการทำงานนั้น ทั้ง 2 ประเทศวางแนวทางไว้ 5 ขั้นตอนคือ

ขั้นตอนที่ 1 หาที่ตั้งหลักเขตแดนทั้ง 73 หลัก เมื่อตกลงเรื่องที่ตั้งของหลักเขตแดนได้แล้ว จะซ่อมแซมใน
กรณีชำรุด และสร้างขึ้นใหม่กรณีที่สูญหาย หรือถูกเคลื่อนย้ายไป
ขั้นตอนที่ 2 จัดทำแผนที่ภาพถ่าย เพื่อแสดงลักษณะภูมิประเทศตามแนวเขตแดนทางบกตลอดแนว โดยใช้
ภาพถ่ายทางอากาศหรือดาวเทียม เพื่อช่วยในการสำรวจหาแนวเขตแดนในภูมิประเทศ
ขั้นตอนที่ 3 กำหนดแนวที่เดินสำรวจลงบนแผนที่ภาพถ่าย ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันกำหนดแนว ที่จะเดินสำรวจ
ตามหลักฐานทางกฎหมายลงบนแผนที่ภาพถ่าย
ขั้นตอนที่ 4 เดินสำรวจแนวเขตแดนภูมิประเทศ โดยทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันเดินสำรวจในภูมิประเทศจริง เพื่อ
กำหนดแนวเขตแดนในภูมิประเทศ โดยใช้แผนที่ภาพถ่ายเป็นตัวช่วย
ขั้นตอนที่ 5 สร้างหลักเขตแดน โดยแบ่งตามลักษณะแนวเขตแดน




ปัญหาที่เป็นกรณีพิพาทจึงปรากฏในจังหวัดต่างๆ ตามตะเข็บแดนไทย - กัมพูชา ไล่มาตั้งแต่จังหวัดสุรินทร์ จังหวัด
นี้มีหลักเขตแดนทั้งหมด 23 หลัก ตั้งแต่หลักที่ 2 ถึง 23 ผลสำรวจไม่พบ 6 หลัก และบางหลักมีร่องรอยการเคลื่อน
ย้าย ผลของการไม่พบและเคลื่อนย้ายหลักเขต ทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้งคือ กัมพูชาอ้างว่าปราสาทตาเมือนธม
เป็นของกัมพูชา ฝ่ายไทยจึงเสนอให้ตรวจสอบร่วมกันโดยใช้สันปันน้ำในบริเวณปราสาท แต่ทางกัมพูชาอ้างว่า
ได้ตรวจสอบแล้ว พร้อมทั้งอ้างแผนที่ที่ฝรั่งเศสทำขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2451 มาประกอบ ส่วนในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ไม่มี
กรณีพิพาทใดๆ แต่เกิดปัญหาเรื่องหลักเขตแดนที่ 25 สูญหาย




ในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว มีหลักเขตสมบูรณ์ 11 หลัก สูญหายไป 6 หลัก เป็นเหตุให้มีการล้ำแดนกันขึ้นทั้งหมด 7 จุด
คือ บริเวณเนิน 48 อำเภอตาพระยา บริเวณจุดผ่อนปรนตาพระยา บริเวณเขาพนมปะและเขาพนม-ฉัตร บริเวณใน
ตำบลโนนหมากมุ่น อำเภอโคกสูง พื้นที่บ้านป่าไร่ใหม่ อำเภออรัญประเทศ บริเวณจุดผ่านแดนถาวรคลองลึก และ
บ้านคลองหาด อำเภอคลองหาด




จังหวัดจันทบุรี มีพื้นที่ที่มีปัญหากัน 3 จุด คือ หลักเขตที่ 51 หลักเขตที่ 62 บ้านหนอง และหลักเขตที่ 66 และ 67
บ้านผักกาด อำเภอโป่งน้ำร้อน




จังหวัดตราดมีพื้นที่มีปัญหา 3 จุดคือ พื้นที่บางจุดของบ้านคลองสน อำเภอคลองใหญ่ บ้านหนองรี อำเภอเมือง
และบ้านหาดเล็ก อำเภอคลองใหญ่




ส่วนเส้นเขตแดนทางน้ำ ไทยและกัมพูชาประกาศเขตไหล่ทวีปในอ่าวไทยแตกต่างกัน ฝ่ายกัมพูชาประกาศเมื่อ 1
กรกฎาคม พ.ศ.2515 โดยลากเส้นจากจุดอ้างอิงที่ละติจูด 11 องศา 38.88 ลิปดาเหนือ / ลองติจูด 102 องศา
54.81 ลิปดา ตะวันออก ผ่านยอดเขาสูงสุดของเกาะกูดเลยไปถึงระยะกึ่งกลางระหว่างหลักเขตที่ 73




ส่วนฝ่ายไทยประกาศเขตไหล่ทวีปเมื่อ 18 พฤษภาคม 2516 โดยกำหนดจุดอ้างอิงที่ 1 ที่ละติจูด 11 องศา 39
ลิปดาเหนือ / ลองติจูด 102 องศา 55 ลิปดา ตะวันออก ที่บ้านหาดเล็ก แล้วลากเส้นมายังเกาะกง จากนั้นแบ่ง
ครึ่งมุมระหว่างเส้นฐานตรงออกเป็นมุมภาคทิศ 211 องศา ไปยังตำแหน่งของจุดที่ 2 ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เกิดพื้นที่
เหลื่อมทับทางทะเลประมาณ 34,043 ตารางกิโลเมตร (23/07/51)







กกต.เตรียมชี้ขาดวิฑูรย์ซื้อเสียงกลางสิงหานี้
คณะกรรมการการเลือกตั้งยืนยันไม่ได้มีการเตะถ่วงในการ
พิจารณาชี้ขาดข้อกล่าวหานายวิฑูรย์ นามบุตร รองหัวหน้า
พรรคประชาธิปัตย์ทุจริตเลือกตั้งที่จังหวัดอุบลราชธานี
คาดกลางเดือนสิงหาคมนี้จะได้ข้อสรุป



นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง บอก
ว่า เบื้องต้นได้รับรายงานจากทางคณะอนุกรรมการกกต.ว่าจะขอ
ทำการสอบปากคำพยานเพิ่มเติมอีก 6 ปากในวันที่ 31 กรกฎาคม




และในวันที่ 6 สิงหาคมนี้ ซึ่งคาดว่าไม่เกินวันที่ 9 หรือ 10 สิงหาคม ทางคณะอนุกรรมการ กกต.จะสามารถสรุป
สำนวนส่งให้คณะกรรมการการเลือกตั้งกลางพิจารณาและชี้ขาดได้ไม่เกินกลางเดือนหน้า ทั้งนี้นายอภิชาต ยังยืนยัน
ด้วยว่าไม่รู้สึกหนักใจหรือกดดันอะไร แม้จะถูกซักถามจากคนหลายกลุ่มเพราะได้ทำทุกอย่างตรงไปตรงมาและ
ไม่มีการเตะถ่วงในเรื่องนี้ให้ล่าช้าอย่างที่หลายคนวิพากษ์วิจารณ์ แต่ต้องการทำให้เป็นไปอย่างรอบคอบ




ส่วนกรณีที่มีผู้จะยื่นถอดถอน กกต.ทั้ง 5 คน เนื่องจากเห็นว่ามีที่มาไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น ประธานคระกรรมการ
การเลือกตั้งก็ยืนยันว่าเป็นสิทธิ์ที่ทำได้ และส่วนตัวไม่ได้ให้ความสนใจเรื่องนี้ โดยมุ่งแต่ทำงานอย่างเดียง เนื่อง-
จากมั่นใจว่าที่มาของ กกต.ชอบด้วยกฎหมาย เพราะได้มีการดำเนินการทุกอย่างตามขั้นตอนเหมือนกับคระกรรม-
การ ปปช.



อย่างไรก็ตามเป็นที่น่าสังเกตว่าเรื่องของนายวิฑูรย์ได้ทำให้ประธาน กกต.ค่อนข้างมีความกังวลเป็นอย่างมาก
โดยเฉพาะกับข้อกล่าวหา กกต.แตะถ่วงเรื่องนี้ ถึงขนาดที่ทำให้ ประธาน กกต.ต้องออกมาให้สัมภาษณ์ยืนยันถึง 2
ครั้งว่าไม่จริง พร้อมกับนำเอกสารที่เจ้าหน้าที่รายงานความคืบหน้าของการดำเนินการในเรื่องดังกล่าวด้วยมาชี้แจง
กับสื่อมวลชน (23/07/51)






กรมที่ดินออก จม.เวียนกำชับเจ้าหน้าที่ตรวจต่างชาติซื้อที่ดิน
กรมที่ดินออกจดหมายเวียนกำชับเจ้าหน้าที่ตรวจสอบการซื้อขายที่ดิน หวั่นต่างชาติกว้านซื้อที่นา ขณะ-
เดียวกันยังเปิดโครงการคลีนิกที่ดิน 24 ชั่วโมง ให้คำปรึกษาประชาชนด้วย



นายสุชาติ ดอกไม้เพ็ง โฆษกกรมที่ดิน ได้แถลงผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง และผลการดำเนินงานที่เกี่ยวกับการ
ออกหนังสือเอกสารสิทธิ์ตามคำสั่งของร้อยตำรวจเอกเฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยระบุ
ว่าการดำเนินการในขณะนี้ได้ดำเนินการไปแล้วในหลายส่วน โดยเฉพาะพื้นที่ในจังหวัดภูเก็ต พังงา กระบี่ และตราด
ซึ่งจากการตรวจสอบในพื้นที่ต่างๆ ขณะนี้ยังไม่พบว่ามีนักการเมืองระดับชาติ หรือนักการเมืองท้องถิ่นเข้าไปเกี่ยว-
ข้องแต่อย่างใด



แต่ในส่วนของกรมที่ดิน ได้มีความเป็นห่วงเกี่ยวกับกรณีการกว้านซื้อที่นาของชาวต่างชาติ ดังนั้นกรมที่ดินจึงได้
มีการออกจดหมายเวียนไปยังจังหวัดต่างๆ เพื่อกำชับให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบการซื้อขายที่ดิน เนื่องจากหวั่น
เกรงว่าชาวต่างชาติจะเข้ามากว้านซื้อที่นา



อย่างไรก็ตามทางกรมที่ดิน ยังได้เปิดคลีนิกที่ดิน 24 ชั่วโมง เพื่อให้คำปรึกษากับประชาชนที่มีปัญหาเกี่ยวกับ
งานทะเบียน งานรางวัด ซึ่งสามารถสอบถามมาได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 085-665-8448 และ 085-665-9449 (23/07/51)




ข่าวการเมืองย้อนหลัง